[SF] Vanilla Twilight
posted on 25 Jun 2010 09:42 by c-moneveybodyTitle : Vanilla Twilight
Couple : Taec x Jay
★* Vanilla Twilight *★.•
ผมปิดหนังสือเล่มบางที่มักหยิบขึ้นมาอ่านยามเหงาลงพร้อมทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างที่ยามนี้ดวงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนคล้อยต่ำลงทุกที แสงสีส้มสว่างค่อยๆลับหายไปพร้อมกับความมืดที่เข้ามาแทนที่สิ่งที่ให้ความสว่างมีเพียงแสงนวลตาของดวงจันทร์ที่ส่องสว่างเพียงนิดไม่เพียงพอกับกับการใช้ชีวิตของผมในยามค่ำคืนแม้แต้น้อย
ผมไม่ได้เดินไปกดสวิตซ์เพื่อขอความสว่างจากหลอดนีออนถึงมันจะให้ความสว่างมากกว่าและทำให้ผมเห็นอะไรภายในห้องได้ชัดกว่าแต่รู้ไหมว่าแสงไฟจากหลอดนีออนนั้นมันจะดูดกลืนแสงนวลของดวงจันทร์ไปหมด เมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้ารอบข้างของผมมืดสนิท ดวงจันทร์ดวงโตที่ลอยเด่นอยู่บนฟ้าสีนิลนั้น
มันทำให้ผมคิดถึงผิวขาวเนียนของคนคนนึงยามกระทบแสงจันทร์
`°.•°•.★* *★ .•°•.°´`°.•°•.★* *★ .•°•.°´
‘การเข้าใจผิดกับการโกหกต่างกันไม่มาก การโกหกแบบแนบเนียนก็ใกล้เคียงกับการเข้าใจผิด’
คุณมักยิ้มกวนๆและบอกกับผมอย่างนั้นเสมอเมื่อผมจับได้ว่าคุณแอบใช้เล่ห์กลเล็กๆน้อยๆในการหลอกล่อผมให้ติดกับ คุณบอกว่าคุณไม่ได้โกหกแต่เป็นผมเองที่เข้าใจผิด อย่างเช่นถ้าหากเรานัดกันแล้วคุณมาสายคุณมักจะแก้ตัวเก้อๆว่าเป็นผมเองที่เข้าใจเวลานัดผิดไป ก่อนคุณจะแก้ตัวด้วยการเขย่งสุดตัวเพื่อมาหอมแก้มผมเบาๆเป็นการไถ่โทษ ผมไม่เข้าใจในเมื่อคุณบอกว่าคุณไม่ผิดแล้วคุณจะไถ่โทษทำไม แต่คุณรู้ไหม ว่าอาการแบบนั้นมันทำให้คุณน่ารักมาก
ผมยังจำวันแรกที่เจอกับคุณได้ ผมรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นพระเอกในละครน้ำเน่าเรื่องหนึ่งที่มีพระเอกเป็นยาจกและพบรักกับนางเอกที่เป็นเศรษฐี ความรักต่างชนชั้นที่มีอุปสรรคมากมายคอยขวางกั้น ผมไม่ค่อยชอบละครพวกนี้ผมคิดว่ามันไม่มีเหตุผลเลยที่คนเราจะต้องลงทุนทำอะไรมากมายเกินตัวเพื่อพิสูจน์รักแท้ แต่เมื่อพบคุณผมกลับอยากจะลองเสี่ยงทำอะไรบ้าบิ่นขึ้นมา วันนั้นคุณเมามากแทบไม่ได้สติอยู่ในห้องของโรงแรม ขณะที่ผมเป็นแค่พนักงานรูมเซอร์วิสที่เข้าไปเก็บจาน แว้บแรกที่ผมเห็นคุณนอนอ้อแอ้อยู่บนเตียงโดยมีเสียงฝักบัวดังซู่ซ่าและเสียงฮัมเพลงลอดออกมาจากห้องน้ำเป็นสัญญาณว่ามีอีกคนนึงอยู่ในห้องนั้นนอกจากคุณแน่ๆ สมองผมประมวลผลได้ว่า...คงเป็นอีกคืนหนึ่งที่เตียงคิงไซส์นั่นต้องรับงานหนัก ไม่รู้ว่าจะเป็นทั้งคืน หรือ ถึงเช้า ผมคงกลับออกไปได้โดยไม่รู้สึกอะไรถ้าคุณไม่ดึงชายเสื้อผมไว้แล้วร้องขอผมด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า ช่วยพาคุณออกไปจากห้องนั้นที วินาทีที่เราสบตากันนั้นความรู้สึกหลากหลายก่อตัวขึ้นและมันทำให้ผมรู้สึกว่าคุณเป็นคนพิเศษ
โดยที่ยังไม่ได้คิดอะไรให้ถี่ถ้วนผมก็จับตัวคุณพาดขึ้นบ่าแล้วย่องออกจากห้องนั้นอย่างทุลักทุเล ตัวคุณเบาหวิวตรงกันข้ามกับรูปลักษณ์แข็งแรงภายนอก ผมไม่ได้แอบดูแต่กระดุมเสื้อของคุณถูกปลดลงมาเกือบถึงเม็ดสุดท้ายมันเปิดเผยให้เห็นถึงผิวขาวเนียนและรูปร่างคุณไปถึงไหนต่อไหน ทั้งๆที่วันนั้นผมอยู่ในระหว่างทำงานแต่เพราะคุณอ้วกใส่จนเสื้อผมเลอะเทอะไปหมด ผมเลยต้องถูกหักเงินค่าแรงเพราะกลับก่อนกลางคันอย่างช่วยไม่ได้ ผมจะพาคุณไปส่งที่บ้านแต่คุณก็ดื้อจะนอนหลับท่าเดียว ช่วยไม่ได้ผมเลยต้องพาคุณไปนอนที่บ้านของผมดีกว่าปล่อยคุณทิ้งไว้กลางถนน เมื่อไปถึงคุณก็ยังอ้วกใส่เตียงของผมจนเลอะเทอะไปหมด คุณปั่นหัวผมตั้งแต่วันแรกที่เจอ น่าแปลกใจที่ผมไม่โกรธแต่กลับอยากดูแลคุณอย่างอ่อนโยนแทน คุณว่ามันแปลกไหมล่ะ ทั้งๆที่คุณก็เป็นผู้ชายและผมก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน
เช้าขึ้นมาคุณตื่นขึ้นมาด้วยอาการแฮ้งค์หนัก คุณโวยวายหัวเสียและตามหาโทรศัพท์ของตัวเองให้วุ่นปากก็พร่ำสบถแต่คำหยาบคายออกมาไม่หยุด ช่างขัดกับสภาพปวกเปียกเมาไม่รู้เรื่องเมื่อคืนเสียจริง ผมได้แต่นึกขันในใจกับภาพนั้น คุณหันมามองผมตาขวางก่อนที่จะรีบแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วเดินปึงปังออกจากห้องของผมไป ถ้าคุณสังเกตซักนิดผมว่าคุณน่าจะรู้ว่าเสื้อที่คุณใส่มันไม่ใช่เสื้อของคุณแต่มันคือเสื้อของผมที่เปลี่ยนให้คุณเมื่อคืน ก็เสื้อนั่นน่ะมันใหญ่กว่าตัวคุณตั้งเยอะ
ส่วนเรื่องโทรศัพท์มือถือของคุณนั้น ถ้าคุณถามผมซักนิด ผมจะบอกคุณ...ว่ามันอยู่ที่ผมเอง
คืนนั้นคุณปรากฎตัวที่หน้าห้องผมอีกครั้งด้วยสภาพที่ต่างไปจากตอนเช้ามาก คุณใส่แว่นกันแดดสีชาแม้ว่านั่นจะเป็นเวลาใกล้มืด คุณใส่เสื้อเชิ้ตสีดำมีราคาที่รีดเรียบกริบปลดกระดุมลงมาเล็กน้อยรับกับกางเกงยีนส์ยี่ห้อดังพร้อมด้วยหัวเข็มขัดเงาวับ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผมไม่รู้ว่าคุณฉีดหรืออาบลอยตลบอบอวนไปทั่วห้องพักราคาถูก แปรเปลี่ยนกลิ่นอับๆให้กลายเป็นสวนดอกไม้อย่างฉับพลัน คุณก้าวเข้ามาพร้อมทวงเสื้อเชิ้ตของคุณคืน ก่อนขอใช้โทรศัพท์ของผม ในตอนแรกผมไม่เข้าใจในการกระทำนั้น แต่เมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้าจากเจ้าโทรศัพท์เครื่องจิ๋วที่กำลังร่ำร้องหาเจ้าของตัวจริงอยู่ในตอนนี้ มันทำให้ผมเข้าใจถึงการกระทำของคุณ เมื่อผมหันไปจ้องหน้าคุณ คุณยิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะเดินอ้อยอิ่งเข้ามาหาผมในระยะประชิดจนผมเริ่มประหม่า คุณเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยสายตาหวานเยิ้ม หน้าของคุณสวยเชิดแม้คุณจะเป็นผู้ชาย ทันใดนั้นมือของคุณ แขนขาวๆของคุณก็เอื้อมไปโน้มคอผมลงมาบรรจงจูบ ก่อนที่ทุกอย่างจะขาวโพลนไปหมด นั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมรู้ว่า...คุณน่ะมันเป็นคนเจ้าเล่ห์และผมก็หลงกลคุณเข้าเต็มเปา
หลังจากวันนั้นคุณมาหาผมบ่อยขึ้นจนมันน่าจะเป็นความเคยชินของทั้งคุณและผม คุณเคยบอกกับผมว่าอยู่กับผมแล้วคุณสบายใจแต่มันคงไม่ใช่ความรักถ้าเป็นอย่างนั้นผมจะโกรธคุณไหม ผมสัมผัสใบหน้าคุณแผ่วเบา จับมือของคุณขึ้นมากุมไว้หลวมๆก่อน กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่าผมเข้าใจคุณ ขอแค่คุณทำอะไรแล้วสบายใจผมอยากให้คุณทำอย่างงั้นต่อไป คุณยิ้มกว้างแล้วยกมือของคุณที่มีมือผมทาบทับอยู่ขึ้นมาอย่างหยอกล้อก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกว่าไม่เคยมีใครกุมมือคุณได้อบอุ่นเท่ามือของผม แม้ว่าผมจะยิ้มกว้างกับคำนั้นแต่คุณรู้ไหมว่าจริงๆแล้วผมไม่เข้าใจอะไรเลย ในเมื่อคุณไม่รักผมแล้วคุณนอนกับผมทำไม
เซ็กส์ อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงคุณไว้กับผม ทุกครั้งที่เราเจอกันสุดท้ายมันมักจะจบลงที่ความเร่าร้อนบนเตียงนอน คุณไม่ชอบออกไปไหนเพราะอาชีพของคุณมันง่ายกับการที่จะถูกรุมล้อมด้วยผู้คนจำนวนมาก ทำให้ส่วนใหญ่คุณมักจะมาขลุกตัวที่ห้องโทรมๆของผม บางครั้งเราก็แอบไปวิ่งเล่นบนดาดฟ้าอพาร์ทเม้นเพื่ออาบแสงจันทร์ด้วยร่างกายเปลือยเปล่าเหมือนเด็กแรกเกิด ร่างกายของคุณยามต้องแสงนวลใสราวกับจะสามารถมองทะลุผ่าน แต่คุณรู้ไหมระหว่างนั้นผมกลัวเหลือเกินว่าจะมีใครมาพบเราเข้า ผมเลยต้องหาทางล็อกประตูดาดฟ้าแทบตาย ผมไม่ได้กลัวว่าเขาจะหาว่าเราโรคจิตแต่ผมกลัวเขาจะเห็นคุณต่างหาก คุณชอบให้ผมเรียกชื่อคุณซ้ำๆยามที่เราร่วมรักกันแม้กระทั่งก่อนที่คุณจะผล็อยหลับคุณก็ยังร้องขอให้ผมกระซิบชื่อคุณเบาๆที่ข้างหู ผมทำตามอย่างว่าง่ายแต่ผมไม่ได้กระซิบชื่อคุณหรอก ผมกระซิบชื่อตัวผมเองต่างหาก ในยามที่คุณหลับบางทีคุณอาจจะฝันเห็นผมบ้าง
พัคแจบอมในฝันของคุณมีอ๊กแทคยอนบ้างไหม ถ้าคุณไม่ฝันถึงผม อย่างงั้นผมขอฝันถึงคุณแทนจะได้รึเปล่า
แต่ชีวิตก็ไม่ได้มีแต่ความสุข เหมือนการเดินทางที่บางครั้งเราก็ต้องเจอทางตันหรือหลงทางผิด ผมกับคุณก็เหมือนกัน
การทะเลาะกันครั้งแรกของเราเกิดขึ้นในบ่ายวันเสาร์ที่ฝนตกปรอยๆลงมาไม่ขาดสาย ระหว่างการเดินทางกลับอพาร์ทเม้นของผม เส้นทางที่ต้องผ่านทุกวันและร้านหนังสือที่ผมมักแวะเสมอ วันนั้นสายตาของผมเหลือบไปเห็นหนังสือประเภทแท็บลอยด์ปักษ์ใหม่ลงข่าวของคุณ แม้หัวใจจะเชื่อแต่สมองกลับสั่งการให้มือหยิบมาเปิดอ่านจนได้ พาดหัวข่าวและเนื้อหาข่าวที่รุนแรงอีกทั้งรูปภาพที่ปรากฎเป็นหลักฐาน มันทำให้หัวใจที่เคยเชื่อกระตุกวูบจนชา ผมไม่รู้ตัวว่าพาตัวเองกลับมาที่ห้องได้อย่างไร ผมนั่งอยู่ในห้องที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่อง ความเงียบปกคลุมและเสียงฝนที่ตกกระหน่ำโดยไร้เงาของคุณ เฝ้าถามตัวเองว่าจริงๆแล้วผมเป็นตัวเกะกะของคุณหรือไม่ ช่างเป็นเรื่องที่น่าขันสิ้นดี
กลางดึกคืนนั้นคุณก็ปรากฎตัวขึ้นในสภาพที่เปียกปอนไม่ต่างจากผมในตอนแรก เสื้อผ้าคุณเลอะเทอะไปหมด ผมไม่รู้ว่าคุณไปเจออะไรมาแต่สภาพแบบนั้นของคุณมันทำให้ความโกรธที่เกาะกินใจผมสลายไปจนหมดสิ้น ผมโกรธคุณก็จริงแต่ผมก็ไม่สามารถละทิ้งคุณได้ คุณนั่งเงียบไม่ได้ปริปากถึงเรื่องข่าวฉาวโฉ่นั่น ส่วนผมก็เก็บงำความสงสัยไว้ด้วยหัวใจที่อ่อนล้า ผมบรรจงเช็ดผมที่เปียกลู่ของคุณแผ่วเบาในความมืด สัมผัสได้ถึงหยดน้ำที่ไหลลงมากระทบมือของผม ในความมืดนั้นผมแยกไม่ออกว่านั่นคือน้ำฝนที่ไหลมาจากร่างกายที่เปียกปอนหรือน้ำตาที่หลั่งออกมาจากหัวใจคุณกันแน่
“แทคยอนชั้นเคยบอกนายใช่มั้ย ว่าการเข้าใจผิดกับการโกหกต่างกันไม่มาก การโกหกแบบแนบเนียนก็ใกล้เคียงกับการเข้าใจผิด...ถึงใครคนอื่นจะคิดว่าชั้นเป็นคนโกหกใช้วิธีสกปรกไต่เต้าเพื่อที่จะโด่งดังแม้กระทั่งการนอนกับไอ้แก่นั่นอย่างที่ในข่าวบอก แต่แค่นายคนเดียวจะได้มั้ยที่เชื่อว่ามันเป็นการเข้าใจผิด”
ประโยคนั้นดังก้องซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวของผมเหมือนเป็นการสะกดจิต ผมไม่รู้ว่าความเป็นจริงคืออะไรแต่ในเมื่อคุณต้องการอย่างนั้นผมก็พร้อมที่จะทำให้ อันที่จริงไม่ว่าคุณพูดอะไรผมพร้อมจะเชื่อ คุณขอร้องอะไรผมพร้อมที่จะทำให้ ถ้าคุณขอให้ผมไปผมจะไปหากคุณต้องการให้ผมอยู่ผมก็จะอยู่ และในตอนนี้คุณขอให้ผมเชื่อ ผมก็พร้อมที่จะเชื่อคุณโดยไม่มีข้อแม้ นั่นไม่ใช่เพราะผมโง่หรือตาบอด แต่มันเป็นเพราะผมรักคุณ
สตีฟ จ็อบส์บอกไว้ว่า ชีวิตเหมือนเกมส์ต่อจุด สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตลากพาเรามาถึงปัจจุบัน และสิ่งที่เราทำในปัจจุบันจะลากพาเราไปสู่อนาคต ขณะที่เราอยู่บนจุดหนึ่งของชีวิต บางครั้งเราก็มองไม่ออกว่ามันจะนำไปสู่อะไรแต่แน่นอนว่ามันจะนำเราไปสู่อะไรซักอย่าง
ผมไม่รู้ว่าในจุดที่ผมยืนอยู่นี้มันกำลังจะลากพาผมไปไหนและในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมคิดว่าถ้าหากจุดของผมและคุณมาบรรจบกันแล้วลากไปในทิศทางเดียวกันมันคงจะดีไม่น้อย ไหนๆตอนนี้ผมกับคุณก็ยืนในจุดที่บรรจบกันแล้วนี่ ถ้าไม่รังเกียจผมอยากจะก้าวเดินไปในอนาคตพร้อมๆกับคุณจะได้ไหม ผมไม่ได้อยากผูกมัดคุณไว้กับผมแต่ผมแค่อยากจะเดินเคียงข้างคอยดูแลคุณเท่านั้น ถ้าไม่รังเกียจคุณจะอนุญาตให้ผมอยู่ข้างๆคุณได้ไหม
จดหมายฉบับนี้ผมเขียนในโอกาสครบรอบสี่ปีที่เราได้เจอกัน มันเป็นเรื่องราวตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมได้เจอคุณ รู้ไหมผมเขียนไปก็เขินไปนะ งานเขียนมันไม่ง่ายเลยสักนิด ผมไม่รู้ว่าคุณเขียนเพลงรักเป็นสิบๆเพลงได้อย่างไร แต่เอาเถอะอย่างน้อยจดหมายฉบับนี้ผมตั้งใจเขียนมันเพื่อคุณ ผมจะไม่ส่งไปให้คุณอ่านที่ญี่ปุ่นหรอก ผมจะรอจนวันที่คุณจะกลับมาเปิดอ่านจดหมายฉบับนี้ด้วยตัวเอง ที่นี่ ที่ที่มีผมคอยคุณอยู่เสมอ...
`°.•°•.★* *★ .•°•.°´`°.•°•.★* *★ .•°•.°´
ผมพับเก็บกระดาษเขียนจดหมายที่เก่าจนเริ่มเหลืองลงในซองที่เก่าไม่แพ้กันลงอย่างเดิม แม้จะเพ่งมองตัวหนังสือผ่านแสงจันทร์ที่ส่องมาเพียงนิดจนยากที่จะอ่าน แต่ทุกความรู้สึกมันยังชัดเจนอยู่ในใจผมเสมอ เมื่อดวงตาชินกับความมืด ไม่แปลกที่ผมจะสามารถเดินอย่างคล่องแคล่วไปเปิดเครื่องเล่นเสียงที่อยู่ไม่ไกลนักได้ เร่งเสียงลำโพงให้ดังขึ้น ฉับพลันก็ได้ยินเสียงใสๆของดีเจในวิทยุกล่าวเจื้อยแจ้วพร้อมอินโทรเพลงโปรดของผมที่ไม่คาดคิดว่าจะดังขึ้นในตอนนี้ ยามที่ผมคิดถึงเจ้าของเสียงร้องคนนั้นจับใจ พัคเจบอม
‘เพลงต่อไปที่เราจะเปิดเป็นเพลงของอดีตนักร้องดาวรุ่งที่ไปโด่งดังไกลถึงญี่ปุ่นนะคะ แต่น่าเสียดายที่อุบัติเหตุทางรถยนต์กลับพรากเค้าไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เพลงนี้เป็นเพลงที่เค้าแต่งเองเพื่อสื่อถึงคนรักที่ห่างไกลกัน เรามาฟังเพลงนี้แล้วร่วมระลึกถึงเค้าไปพร้อมๆกันเถอะค่ะ’
`°.•°•.★* *★ .•°•.°´`°.•°•.★* *★ .•°•.°´
Vanilla Twilight
The stars lean down to kiss you
เหล่าดวงดาวโน้มตัวลงมาจูบคุณ
And I lie awake and miss you
ผมยังคงนอนไม่หลับและคิดถึงคุณ
Pour me a heavy dose of atmosphere
สัมผัสได้ถึงบรรยากาศหนักอึ้งหลั่งไหลเข้ามา
Cause I'll doze off safe and soundly
เพราะเมื่อผมกำลังจะเคลิ้มหลับ
But I'll miss your arms around me
ผมยังคิดถึงสัมผัสจากอ้อมแขนของคุณ
I'd send a postcard to you, dear
ผมอยากจะส่งโปสการ์ดไปให้คุณนะที่รัก
Cause
I wish you were here
เพราะผมปรารถนาให้คุณอยู่ตรงนี้
I'll watch the night turn light blue
ผมเฝ้ามองดูท้องฟ้ายามค่ำคืนล่วงเลยไปจนถึงเช้า
But it's not the same without you
แต่มันดูไม่เหมือนเดิมเลยเมื่อไม่มีคุณ
Because it takes two to whisper quietly
เพราะมันไร้เสียงกระซิบหยอกล้อของสองเรา
The silence
isn't so bad
ความเงียบไม่ได้เลวร้ายกับผมนัก
Till
I look at my hands and feel sad
จนกระทั่ง...ผมมองมือตัวเองแล้วรู้สึกเศร้า
Cause
the spaces between my fingers
เพราะพื้นที่ว่างระหว่างนิ้วของผมนั้น
Are
right where yours fit perfectly
มันเติมเต็มได้ด้วยมือของคุณพอดี
I'll find repose in new ways
ผมคงต้องหาวิธีพักผ่อนแบบอื่น
Though I haven't slept in two days
หลังจากผมไม่สามารถข่มตาหลับได้มาสองวันแล้ว
Cause cold nostalgia chills me to the bone
เพราะความคิดถึงมันทำให้ผมหนาวไปจนถึงกระดูก
But
drenched in vanilla twilight
ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่หวานหอมเช่นนี้
I'll
sit on the front porch all night
ผมจะนั่งอยู่ที่ระเบียงตลอดทั้งคืน
Waist deep in thought because when
จมดิ่งไปในห้วงความคิด
เพราะเมื่อ...
I think of you I don't feel so alone
ผมคิดถึงคุณ
ผมไม่รู้สึกอ้างว้าง
I don't feel so alone
ผมไม่รู้สึกเหงา
I
don't feel so alone
ผมไม่รู้สึกเดียวดาย
As many times as I blink
ทุกครั้งที่ผมกระพริบตา
I'll think of you tonight
ในราตรีนี้...ผมจะคิดถึงคุณ
(Tonight, tonight, tonight...)
I'll think of you tonight
ในราตรีนี้
ผมจะคิดถึงคุณ
When violet eyes get brighter
เมื่อดวงตาคู่นั้นส่องประกาย
And heavy wings grow lighter
และปีกที่หนักอึ้งกลับมามีกำลังโผบินได้
I'll taste the sky and feel alive again
ผมอยากจะลองลิ้มรสของท้องฟ้าและกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
And I'll forget the world that I knew
และผมจะลืมโลกที่เคยรู้จัก
But I
swear I won't forget you
แต่ผมสาบานว่าจะไม่มีทางลืมคุณ
Oh if
my voice could reach back through the past
หากเสียงของผมส่งผ่านไปถึงช่วงเวลาที่ผ่านเลยมาได้
I'd
whisper in your ear
ผมอยากจะกระซิบที่ข้างหูของคุณว่า
"Oh
darling I wish you were here"
ที่รัก ผมอยากให้คุณอยู่ตรงนี้เหลือเกิน
`°.•°•.★* *★ .•°•.°´
edit @ 25 Jun 2010 10:09:54 by Namneena