[SF]Close KW

posted on 04 Jul 2010 19:17 by c-moneveybody

Title : ลัก...หลับ 'ชั่วโมงต้องมนต์'

Couple : Khun x Dong

 

✿.。.:* *.:。✿ ชั่วโมงต้องมนต์✿.。.:* *.:。✿

 

เมื่อแรกเจอกับเธอก็ละเมอ ดั่งต้องมนต์
ก็เหมือนคนที่ถูกสะกดดวงใจ เอาไว้ไม่ให้ไปไหน
เพ้อแต่เธอ นี่เธอช่วยหันมามองฉันทีนะคนดี

...

..

 

ช่ายยยยย แง่มๆ แจ๊บๆ คนดีจ๋าหันมามองหน่อยสิจ้ะ

 

อืม...เล่นตัวด้วยแฮะไม่ยอมหันวุ้ย

 

ผมค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆสาวสวยในชุดรัดรูปตึงเปรี๊ยะสีน้ำเงินที่ยิ่งขับผิวนวลให้ดูขาวผ่อง และ...อวบอัด

 

สาวสวยคนนั้นหันหน้ามาหาผมช้าๆ ผมของเธอสีบลอนด์ม้วนเป็นลอนเหมือนตุ๊กตาฝรั่งเศสแต่...ทำไม

 

ผมมองเห็นหน้าเธอไม่ชัดเลยล่ะ เธอค่อยๆเอื้อมมือมาโน้มคอผมเข้าไปใกล้ๆสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆและกลิ่นมิ้นท์สดชื่นลอยมาแตะจมูก...ทำไมคุ้นจังฟระ ผมพยายามเพ่งมองแล้วมองอีกแต่ภาพใบหน้าที่เห็นช่างพร่าเลือนราวกับมีหมอกควันมาบังตาเอาไว้ เธอเริ่มโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เรื่อยๆ จนรายละเอียดของใบหน้าเริ่มกระจ่างชัดในสายตาผม

.

.

.

.

ว่าไงคะที่รักเธอกระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหู ต..แต่นี่...ม...มัน ฝันไปใช่มั้ยวะ ฝันไปแน่ๆ

 

ก...ก็ อ..ไอ้ ห..หน้า ของผ..ผู้หญิง คน..น..นั้นมัน พ..พี่คุณ ไอ้พี่นี่คุณนี่หว่า!!!!!!!!!!

 

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

.

.

.

 

พลั่ก!!!!

 

ไอ้ด้ง ตื่นซักทีสิวะ!! จะนอนอืดไปถึงไหน ไอ้พี่คุณพูดขู่ๆพร้อมเอาเท้าขาวๆยาวๆของมันมาเขี่ยๆตัวผมที่ตอนนี้ได้ย้ายสารร่างของตัวเองจากโซฟาเล็กจิ๋วมานอนบนพื้นไม่ปาร์เก้เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยอิทธิพลจากความฝันที่น่ากลัวพอๆกับมิติพิศวงเมื่อซักครู่ 

 

แม่มมมมม น่ากลัวโครต เหงื่อผมแตกพลั่กทั้งๆลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศยังเป่าลมฟู่มาให้หนาวเล่น

 

ผมฝันเห็นไอ้โหดพี่คุณเป็นผู้หญิง นั่นไม่เท่าไหร่ แล้วมันก็ดันสวยมาก นั่นก็ไม่เท่าไหร่อีก แต่...เสือกเป็นผู้หญิงในอุดมคติผมโครตๆเลยนี่สิ

 

เสียดายชิบ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอสาวที่ตรงสเป็กอย่างงี้มาก่อน พอตื่นมาเจอความจริง กลับพบว่าเธอเป็นผู้ชายแถมยังเป็นผู้ชายที่โครต...แย่

 

ปากก็หมา ห้องไม่จัด จานไม่ล้าง เสื้อผ้าไม่ซัก นิสัยไม่ดี บ้าอำนาจ ชอบออกคำสั่ง เข้าใจยาก อารมณ์ขึ้นๆลงๆ สารพัดจะแย่ เท่าที่ผมรู้จักผมว่าข้อดีของไอ้พี่คุณมีแค่สองอย่างเท่านั้นคือ หน้าตาดีและ รวย!!

 

แล้วทำไมผมถึงต้องมาทนอาศัยเป็นเห็บหมัดนอนบนโซฟาอย่างทุกทรมานเพราะอาการปวดหลังอย่างงี้น่ะหรอ สาเหตุมันมาจากหม่าม๊าของผมน่ะสิ ท่านขู่ว่าจะตัดผมออกจากกองมรดกถ้าไม่รีบปรับปรุงตัวให้เป็นผู้เป็นคนกว่านี้ สงสัยจังหน้าตาผมดูไม่เหมือนคนตรงไหน ถ้าจะผิดปกติก็ตรงที่ผมเป็นคนดูดีเกินไปเท่านั้นแหละ ไม่เข้าใจหม่าม๊าเลยให้ตายสิ

 

ก่อนหน้าที่จะมาสิงอยู่ที่นี่ผมอาศัยอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ในปูซานกับหม่าม๊าและคุณพัคแฟนใหม่หม่าม๊า ร่วมด้วยพี่แจบอมซึ่งเป็นลูกชายของคุณพัคอีกคน เนื่องด้วยผมและพี่แจบอมสนิทกันมากกกกกกกอย่างกับพี่น้องท้องเดียวที่คลานตามกันมา พวกเราเลยชอบเล่นสนุกกันและได้ร่วมกันสร้างวีรกรรมอันเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วเมืองหลายอย่างจนไม่เหลือโรงเรียนในปูซานที่จะยอมรับพวกเราเข้าไปศึกษาอีกแล้ว หม่าม๊ากับคุณพัคจึงตัดสินใจจับพวกเราแยกกัน โดยจับพี่แจบอมไปอยู่กับแม่ที่ซีแอทเทิล ส่วนผมก็ต้องระเห็จมาอยู่กับพ่อที่โซล โดยที่ผมกับพี่แจบอมห้ามเจอกันจนกว่าจะเรียนจบมัธยม ผมว่าจริงๆหม่าม๊ากับคุณพัคอยากกำจัดพวกเราสองคนเพราะอยากจะปั๊มลูกคนที่สามกันมากกว่ามั้ง ชิส์!!!

 

แต่...ใครจะนึกล่ะว่า พ่อของผมจะเสียพนันตู้ม้าจนต้องอัปเปหิตัวเองหนีออกจากโซลไป ทิ้งผมไว้กับไอ้เจ้าของห้องตัวจริงจอมโหดอย่างไอ้พี่คุณเนี่ย

 

อ้ะ!!! แต่อย่าคิดว่าพ่อจะขายผมขัดดอกเหมือนอย่างในละครยุงบินชุมอย่างงั้นนะ นี่มันชีวิตจริงนะคุณใครจะขายลูกตัวเองกินล่ะ เป็นผมเองล่ะที่ตื้อจะขออยู่ห้องนี้น่ะ อย่างน้อยผมก็ไม่อยากเดินคอตกกลับบ้านไปบอกหม่าม๊าว่า...หม่าม๊าครับ ป๊าทิ้งอูยองไปแล้ว แบบนี้น่ะไม่เอาหรอก แม่ผลักไสผมมาที่นี่แล้ว แถมพ่อยังทิ้งอีก มันจะไม่ดูน่าสมเพชไปหน่อยหรือไง ผมเลยตัดสินใจ เอาวะ ด้านได้อายอด หน้าด้านอยู่มันกับไอ้พี่คุณนี่ล่ะ อย่างน้อยมันก็อยู่โรงเรียนเดียวกับผม(ตอนนั้นน่ะนะ ตอนนี้มันกำลังเตรียมตัวเข้ามหาลัย) แล้วถ้าจะสงสัยว่าทำไมคนอย่างไอ้พี่คุณถึงยอม ก็ผมบอกไปแล้วไงว่าด้านได้อายอด ถ้ามันทวงค่าห้องผมไม่มีเงินผมก็ไม่จ่าย แล้วก็ไม่ย้าย ไม่หนีด้วย อยู่มันอย่างงั้นล่ะ พี่คุณมันคงเหนื่อยใจกับอาการหน้าด้านยิ่งกว่าพื้นถนนซีเมนต์ของผม มันเลยจำทนให้ผมเกาะเป็นปรสิตในห้องมันอย่างจำใจ ก๊ากกกก

 

นี่จะนั่งเมาขี้ฟันอีกนานมั้ย หนังสือหนังหาไม่เรียนเรอะไอ้พี่คุณเอาเท้ามาสะกิดผมอีกรอบส่วนมือมันก็เอาไปเกาตูดแกรกๆอย่างกับอาเจ๊ก ไม่เข้ากับหน้าตาคุณชายของมันซักนิด แล้วนะไม่ออกแรงแตะกูเลยล่ะสะกิดแรงขนาดเนี้ย ตัวผมโยกไปมาตามแรงสะกิด (เตะ) ของพี่คุณจนหัวสั่นหัวคลอนไปหมด

 

ไปดิ พี่เลิกเตะผมซักทีดิ้ เจ็บนะโว้ย

อ้าวๆ เดี๋ยวนี้ขึ้นว้งขึ้นโว้ยกับพี่นะไอ้ด้ง ชักลามปามใหญ่แล้วนายน่ะ

แล้วทีพี่อะยังพูดวะกับผมเลย ห่างกันแค่ปีเดียวจริงๆผมไม่เห็นจะต้องเรียกพี่ด้วยซ้ำ ผมลุกขึ้นยืนพร้อมบิดตัวซ้ายขวาเล็กน้อยเพื่อขับไล่ความเมื่อยล้าโดยไม่ได้สนใจพี่คุณที่ยืนมองหน้าหาเรื่องอยู่ซักนิด

 

ไม่เรียกพี่แล้วจะเรียกอะไรพี่คุณพูดเสียงเข้ม คิดหรอว่าผมจะกลัว ระดับความเข้มแค่นี้ชินแล้ววว

ก็เรียกชื่อเฉยๆ หรือพี่อยากให้ผมเรียกอย่างอื่นล่ะ...ที่รักดีมั้ยผมแกล้งแหย่เล่น บางทีเวลาเห็นพี่คุณอารมณ์ขึ้นๆลงๆมันก็สนุกดีเหมือนกัน คล้ายๆเวลาคุณแกล้งลิงในสวนสัตว์น่ะ ฮ่าๆ

 

ก็ดี ต่อไปนี้เรียกที่รักนะ ถ้านายเรียกอย่างอื่น เชิญเฉดหัวออกไปจากห้องได้เลย แว้บนึงที่ผมหันไป ผมเห็นรอยยิ้มเยือกผุดขึ้นมาบนใบหน้าที่หล่อเหลาราวเทพบุตรนั่น รอยยิ้มของซาตาน

 

 แม่งงงงงง ทำไมมันเป็นแบบนี้วะ ใครจะไปบ้าจี้เรียกผู้ชายด้วยกันว่าที่รัก เสียสติไปแล้วหรือไง

 

ไม่เรียก ประสาทปะพี่ เป็นเกย์รึไง

อ้าว นายพูดเองนะ ตามใจ ถ้าไม่เรียกก็โอเค๊ เก็บของของนายออกจากห้องแล้วไสหัวออกไปให้ไวเลยไป๊

ไม่!!” ผมยังยืนกรานกระต่ายขาเดียวแบบที่เคยทำมา พี่คุณมันไม่ไล่ผมหรอก ถ้าจะไล่มันไล่ตั้งนานแล้ว

 

ผิดคาด ครั้งนี้พี่คุณไม่ได้พูดอะไร เดินตรงดิ่งไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของผมที่ใส่ของทุกอย่างไว้ออกมาโยนตรงหน้าพร้อมทั้งเดินไปหยิบเสื้อผ้าของใช้ประจำวันต่างๆของผมมาโยนใส่ในกระเป๋าจนหมด จัดการรูดซิปเรียบร้อยแล้วโยนมันออกไปนอกห้องทันที พร้อมผายมือมาที่ผมราวกับจะเชื้อเชิญ...

 

เชิญ...ออกไปได้ละ อ้อ...ชั้นจะสงเคราะห์ให้นายอาบน้ำก่อนไปก็ได้นะ

 

เฮ้ย เอาจริงดิ นี่มันวันโลกาวินาศอะไรวะเนี่ย ฝันบัดซบเห็นผู้ชายเป็นผู้หญิง ตื่นมาก็โดนไล่ออกจากห้องเพราะไม่ยอมเรียกผู้ชายว่าที่รัก แถมกำลังจะไปเรียนสายแน่ๆถ้ายังยืนเถียงกับผู้ชายคนนั้นอยู่อย่างงี้ ไอ้ผู้ชายเฮงซวยที่เป็นต้นเหตุของความโลกาวินาศในชีวิตผม ไอ้พี่คุณ จองเวรอะไรกูวะเนี่ยยยยยยย

 

ผมเห็นมันขยับยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนยืนกอดอก กระดิกเท้า เป่าปากอย่างสบายอารมณ์ในท่าทางที่เป็นต่อผมมาก เอาไงดีวะ เสียศักดิ์ศรีดีมั้ย หรือจะยอมเดินออกไปแบบเท่ห์ๆดี ผมคิดวกไปวนมาบวกลบคุณหารสแควรูทอยู่ในใจ ก่อนจะได้คำตอบว่า...

 

ศักดิ์ครี!!!!

.

.

.

มันกินไม่ได้และอาจจะทำให้ผมอดตาย ที่รักก็ที่รักวะผมไม่ได้อายคนเดียว ไอ้คนถูกเรียกแม่งก็ต้องอายเหมือนกัน

 

พี่คุณ...ลองเรียกชื่อดูก่อนแต่ไอ้คนถูกเรียกกลับทำท่าเมินเหมือนคนหูหนวกไม่สนใจในสิ่งที่ผมพูดซักนิด

เอ่อ ท...ที่รักครับเติมครับให้มันด้วยเพื่อเพิ่มเลเวลการประจบ คราวนี้ล่ะหันมาเชียว แม่มจะเอาชื่อนี้จริงๆใช่มั้ย

อืม ว่าไง

ถ้าผมเรียกพี่ว่าที่รัก...พี่ก็ต้องเรียกผมว่าที่รักเหมือนกันเอาวะ ผมไม่ยอมอายคนเดียวหรอก

ไม่เอา!!!” ที่รัก เอ้ย!! พี่คุณปฎิเสธเสียงแข็ง อะไรฟระทีผมล่ะมาบังคับให้พูดทีตัวเองไม่ยอมทำ

 

ชั้นจะเรียกนายว่าเบบี๋แทน ที่รักอะมันซ้ำ

 

เวร!!!! กรรม!!! อะไรของชายหนุ่มที่ชื่อว่าจางอูยองวะเนี่ย อยู่ดีๆตื่นมาก็เสือกมีหนุ่มหล่อมาให้เรียกว่าที่รักและตัวเองยังจะไปเป็นเบบี๋ของมันอีก โลกแม่งร้อนเกินไป วิปริตกันไปหมดแล้วมนุษย์โลก

 

ผมเดินหน่ายๆ ไปลากกระเป๋าของตัวเองที่ถูกโยนทิ้งไปนอกห้องอย่างไม่ใยดีเมื่อครู่กลับเข้ามาตั้งไว้ที่เดิมอีกครั้ง ทำไมผมต้องยอมมันขนาดนี้ด้วยอะ หางานพิเศษทำแล้วเก็บเงินไปหาห้องใหม่ท่าจะดีกว่าการมานั่งเรียกไอพี่คุณว่าที่รักนะ แค่นึกก็จะอ้วกแล้ว

 

เบบี๋ อาบน้ำสิ เดี๋ยวไปเรียนสายนะ

 

ไอ้พี่คุณมันเอาจริงอะ!!!

.

.

.

อูยองเรื่องนี้มึงดูยังวะชานซองเจ้าพ่อหนังแผ่นเพื่อนซี้ของผมกำลังจัดวางสินค้าของมันกระจายทั่วโต๊ะเพื่อให้เพื่อนๆได้เลือกสรรสินค้า (เถื่อน) ตามใจชอบหันมาแนะนำหนังใหม่ชนโรงให้ผม

เรื่องไรวะ

“Frozen Flower เนี่ยชนโรงเลยนะ กูดูแล้ว ฉากอย่างว่าเด็ดมากมึงสนใจปะ

จริงดิผมไม่รู้จักเรื่องนี้แต่พอไอ้ชานบอกว่าฉากอย่างว่าเด็ดมาก หูผมก็ผึ่งทันที ผมก็เป็นเด็กผู้ชายวัยคะนองคนนึงนะครับ เรื่องแบบนี้มันคู่กับเด็กผู้ชายอยู่แล้ว

เออดิ มึงเอาไปลองดูก่อนก็ได้ สำหรับมึงกูคิดครึ่งราคา

ไหนมึงบอกให้เอาไปลองดู แล้วทำไมครึ่งราคาวะผมท้วง

อ้าว กูปั๊มมามันมีต้นทุนนะเว่ย มึงเห็นเพื่อนมึงรวยนักหรือไงถึงจะได้ปั้มซีดีแจกน่ะ ของซื้อของขายนะมึง

เออๆก็ได้ กูเซ็นต์ไว้ก่อน ขอดูของหน่อยว่าเด็ดอย่างมึงว่ามั้ยผมรีบเก็บแผ่นซีดีแผ่นนั้นยัดใส่กระเป๋าก่อนที่ไอ้ชานจะทวงคืนได้ทัน

 

เออๆพิเศษเฉพาะมึงลองของก่อนได้ แต่...ลองดูนะเว่ยไม่ใช่ลองทำ พี่เมทมึงอะยิ่งน่ารักๆอยู่ด้วยกูกลัวมึงจะอดใจไม่ไหว ก๊ากกกกกไอ้ชานหัวเราะจนตัวงอ ผมเขกหัวมันก่อนจะทำท่าปาดคอเป็นเชิงขู่มันว่าถ้าไม่หุบปาก...มึงตาย มันเงียบปากไปได้แต่สายตาที่ส่งมาให้ยังดูอยากรู้อยากเห็นอยู่ เห็นแล้วอยากเอานิ้วจิ้มตาแม่ม คนยิ่งคิดมากอยู่ด้วยจะมาพูดตอกย้ำทำไมฟระ

 

อ้อ ถ้ามึงดูแล้วติดใจ อยากศึกษาเพิ่มเติม ติดต่อได้นะเว่ย กูมีในสต๊อกอีกเพียบ

 

กูไปแจ้งตำรวจให้มาลากคอมึงเข้าตะรางซะตอนนี้เลยดีมั้ยไอชาน!!

.

.

.

ผมกำลังเดินย่องเบาเข้าห้องเพราะไม่อยากให้ไอ้ตัวกวนใจที่กำลังหลับอยู่มันตื่น ปกติพี่คุณมักจะไม่ค่อยกลับห้องเร็วหรอก รายนั้นเลิกเรียนก็ไปต่อกับเพื่อนตลอด จริงๆไม่ใช่เพื่อนแต่อาจจะเป็นสาวๆมากกกว่า ผมไม่เคยบอกใช่ไหมว่าหน้าตาหล่อๆ ยิ้มหวานๆแบบนั้นอะตัวพ่อเลย ใช้หน้าตาน่าหลงใหลแบบนั้นหลอกฟันสาวแล้วทิ้งเป็นประจำ แต่ก็ดีอย่างตรงที่พี่คุณมันไม่เคยจะพาสาวคนใดก็ตามเข้ามาออกกำลังกายที่ห้อง ไม่งั้นผมคงไม่รู้จะเอาหัวไปมุดอยู่ที่ไหนดี

 

แต่ทำม้ายย ทำไมวันที่ผมอยากจะนั่งเงียบๆดูหนังคนเดียว มันดันกลับเร็วฟระ จะดูหนังเสียงดังก็ไม่ได้ ผมเลยต้องค่อยๆย่องเข้าห้องไปขโมยโน้ตบุ๊คแอปเปิ้ลสุดหรู (ของพี่คุณมันนั่นแหละ) ออกมานอกห้องแล้วใส่แผ่นหนังที่ไอชานแนะนำนักหนาเข้าไป จากนั้นก็กด Play ตั้งตารอดูฉากเด็ดด้วยใจจดจ่อ

.

.

.

 

(⊙_⊙)

 

นั่นคือหน้าของผมหลังจากดูหนังเรื่องนี้จนจบ

 

บัดซบเอ๊ยนี่มันหนังเกย์นี่หว่า แถมฉากอย่างว่าที่ไอ้ชานบอกว่าเด็ด...มันมีฉากอย่างว่าของผู้ชายกับผู้ชายด้วย

 

เชี่ยเอ๊ยยยย ไอ้ชานแม่งหลอกกูให้มาดูผู้ชายเสียบกันหรอวะ (ถึงฉากอย่างว่าของราชินีกับองครักษ์จะเด็ดไม่แพ้กันก็เหอะ) แต่ฉากระหว่างราชากับองค์รักษ์มันดันติดตาผมมากกว่านี่สิ โอ้ยยย ทำไมใจเต้นตึกตักแบบนี้วะเนี่ย

 

ผมปิดโน้ตบุ๊คและนำมันกลับเข้าไปวางไว้ที่เดิมในห้องของพี่คุณด้วยความรู้สึกที่ยากจะเอ่ย ความสับสนแปลกๆเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวคิด ผู้ชายเค้าทำกันอย่างงั้นหรอเนี่ย ผมคิดสงสัยอยู่ในใจ แต่เฮ่ย...ผมจะไปสนใจทำไมวะว่าผู้ชายเค้าทำกันยังไง จะพลิกหน้า พลิกหลัง ตีลังกายังไงมันไม่เกี่ยวกับผมซักหน่อย ผมสะบัดหัวเพื่อไล่ความรู้สึกแปลกๆออกไปจากความคิด ทันใดนั้นผมก็ได้ยินเสียงไอ้คนที่นอนหลับสนิทอยู่เอ่ยเรียกผมขึ้นมา

 

อูยอง~ เบบี๋

 

ที่รัก ไม่สิ...ไอ้พี่คุณเรียกผมด้วยน้ำเสียงสุดเซ็กซี่จนผมสะดุ้งโหยง ผมหันไปมองคนบนเตียงก่อนจะเห็นว่ามันยังคงหลับสนิทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ละเมอนี่หว่า ละเมอเรียกกูว่าเบบี๋เนี่ยนะ ไอ้พี่คุณแม่งเริ่มน่ากลัวละ ถึงจะคิดอย่างงั้นแต่ร่างกายของผมกลับเดินตรงไปยังคนที่นอนบนเตียงราวกับคนไร้สติที่ถูกดึงดูดด้วยอะไรบางอย่าง ใกล้เรื่อยๆจนไปหยุดอยู่ตรงหน้าของพี่คุณที่นอนหลับไม่ได้สติ

 

เมื่อผมลองเพ่งหน้าไอ้พี่คุณใกล้ๆเป็นครั้งแรก (เมื่อก่อนผมไม่ค่อยอยากอยู่ใกล้มันนัก) ก็พบว่า ผู้ชายคนนี้หน้าสวยกว่าผู้หญิงจริงๆซะอีก หน้าเล็กกว่าหน้าผมครึ่งนึงได้ ผิวก็เด้งไม่รู้บำรุงด้วยอะไร ขนตายาวเป็นแพ ปากก็อวบอิ่มแถมแดงจัด กอรปกับผมสีน้ำตาอ่อนที่ระใบหน้าอยู่ตอนนี้

 

แม่ม!!!!!หน้าตาโครตน่ารักเลยเหอะ เสียดายชะมัดทำไมมันถึงเกิดมาเป็นผู้ชายวะเนี่ย เสียชาติเกิดจริงๆ

 

ระหว่างที่ผมกำลังนั่งที่ริมขอบเตียงชะเง้อหน้าพิจารณารูปหน้าของไอ้คนที่หน้าตาไม่เข้ากับท่าทางอยู่นั้น อยู่ดีๆก็มีไอมือดีที่ไหนไม่รู้ (จะของใครล่ะ อยู่กันสองคนเนี่ย) เอื้อมมาล็อกคอผมแถมออกแรงดึงจนผมที่หลักไม่ค่อยดีและไม่มีสติ เสียหลักล้มลงไปนอนทับอยู่บนตัวของไอ้พี่คุณซะงั้น นี่มันหลับจริงๆหรือแค่หลับตาเฉยๆฟระ ผมพยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ไอ้มือนั่นก็เหนียวยังกับกาว ล็อกคอผมไม่ยอมปล่อยจนผมดิ้นไม่หลุด ท่าทางก็ดูขี้ก้างแท้ๆทำไมแรงเยอะงี้เนี่ย

 

พี่คุณปล่อย!!!!” ผมออกแรงเขย่าเบาๆ

นี่ตื่นนะเว่ย ปล่อยมือด้วยผมออกแรงเขย่าแรงๆ

 

ไม่ตื่น...นี่มันหลับหรือตาย

 

ไม่ตื่นไม่พอ แขนมันยังล็อกแน่นขึ้นอีกด้วย จนจากตอนแรกผมก็พอมีที่ให้หายใจ ตอนนี้หน้าผมถูกดึงให้ไปซบอยู่กับอกขาวๆของคนที่หลับอยู่แล้ว อืม...จะว่าไปอกพี่คุณก็อุ่นดีเหมือนกันแฮะ อ้ะ...แล้วกูจะมาเคลิ้มอะไรวะเนี่ย ท่าทางแบบเนี้ยมันทำให้ผม...เมื่อยเอวชะมัดเลยเว้ย ผมเลยจัดการขยับที่ทางตัวเอง โดยการ...ขยับตัวจากขอบเตียงขึ้นมาบนเตียงซะเลย ฮ่าๆ  ตอนนี้มันเลยกลายเป็นว่าผมกำลังขึ้นคร่อมพี่คุณอยู่ โครตล่อแหลมและล่อเป้า

 

บรรยากาศเงียบเชียบ เสียงลมจากเครื่องปรับอากาศดังกึ่งๆ แสงในห้องสลัวๆ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของพี่คุณและเสียงลมหายใจติดขัดของผม อารมณ์แปลกๆเหมือนตอนที่ดูหนังบ้าๆนั่นจบเริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกรอบบวกกับภาพสาวน้อยชุดน้ำเงินรัดรูปที่มีใบหน้าของพี่คุณแปะอยู่เมื่อเช้าเริ่มโผล่เข้ามาในห้วงความคิด สิ่งเหล่านี้กำลังมอมเมาผมจนเบลอไปหมด ตาเริ่มพร่าและความอึดอัดก็เกิดขึ้น ผมจ้องใบหน้าหวานที่ยังคงหลับตาพริ้มอย่างประหม่า แล้วไล่สายตาไปมองปากแดงอิ่มที่ยังเม้มสนิท ไม่รู้ว่าเพราะสติที่จางหายหรือความหื่นที่พลุ่งพล่านผมเลยบรรจงประทับปากของตัวเองลงบนปากอิ่มของพี่คุณแผ่วเบา ผมได้กลิ่นมิ้นท์บางๆและรสหวานละมุนจากริมฝีปากนั่น ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยจูบ นี่เป็นครั้งแรกและผมไม่รู้ว่ามันคือจูบหรือแค่การเอาปากไปสัมผัสกันเฉยๆ

 

สิ่งที่ผมรู้อย่างเดียวคือ...มันให้ความรู้สึกดีมากจนอยากจะทำซ้ำอีกหลายๆรอบ

 

ผมผละริมฝีปากออกมาตั้งสติอีกครั้ง ด้วยลำคอที่แห้งผาก ผมพยายามกลืนน้ำลายเพื่อรวบรวมความคิดแต่สายตาของผมก็เอาแต่จับจ้องไปที่ปากที่แดงฉ่ำ สูดหายใจเฮือกใหญ่เพื่อระงับความปั่นป่วนและอาการวาบหวิวในช่องท้อง แขนพี่คุณที่ล็อกคอผมอยู่ในตอนแรกตอนนี้ก็คลายออกไปมากแล้ว ผมเลยตัดสินใจที่จะลุกออกไปจากที่นั่น แต่ก่อนไป...ขอลองอีกสักครั้งได้มั้ยอะ

 

คิดได้ดังนั้นผมเลยค่อยๆโน้มตัวลงไปเพื่อจะพี่สูจน์กลิ่นมิ้นท์และความหวานที่ยังติดอยู่ที่ริมฝีปากอีกครั้ง

.

.

.

แต่คราวนี้ไม่เหมือนครั้งแรกเมื่อพี่คุณลืมตาขึ้นมาพอดี สายตาผมกับสายตาของพี่คุณประสานกันด้วยความรู้สึกหลากหลาย ผมตกใจมากจนรีบยันตัวขึ้นและทำท่าจะลุกหนีแต่พี่คุณกลับจับข้อมือผมไว้ทั้งสองข้างไม่ให้หนีไปได้

 

ติดกับจนได้นะ เบบี๋

 

ติดกับ!!!! อะไรกันวะ ไอ้พี่คุณพูดยิ้มๆแต่แววตามันเนี่ยชั่วร้ายโครต แล้วผมไปติดกับอะไรมันตอนไหน หรือเมื่อกี้มันไม่ได้หลับ มันกำลังแกล้งผมงั้นหรอ ล...แล้ว แล้วที่ผมจูบมันนั่นล่ะ งี้มันก็รู้อะดิ อะไรกันวะเนี่ย ผมงงไปหมดแล้ว ทั้งงงทั้งอายทั้งโกรธเลยนะเว้ย

 

ต..ติดกับอะไรของพี่ ปล่อยมือดิวะ เจ็บนะเว้ยยิ่งผมออกแรงกระชากมือออกเท่าไหร่ ไอ้พี่คุณก็ยิ่งบีบข้อมือผมแน่นเท่านั้นจนข้อมือผมเริ่มแดง

 

เขินอะไร ที่เมื่อกี้นายยังทำหน้าเคลิ้มอยู่เลย คำพูดของพี่คุณมันทำให้ผมอายจนหน้าจะไหม้ เชี่ยเอ๊ยแม่งรู้จริงๆด้วย เวร!! ผมไม่น่าลืมไปเลยว่าไอ้พี่คุณมันเป็นปีศาจ แล้วผมก็ไม่น่าไปเบลอคิดว่าไอ้บ้านี่มันน่ารักจนอยากจูบด้วย สมองผมต้องมีปัญหาไปแล้วแน่ๆ เพราะไอ้หนังบ้านั่นแท้ๆที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆกับผู้ชายอย่างเงี้ย ผมตีหน้ามึนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เรื่องที่มันพูด แต่หางตาก็แอบเหลือบสังเกตสีหน้ามันเล็กน้อย พี่คุณผุดยิ้มมุมปากเป็นสัญญาณเตือนให้ผมระวังตัว แล้วก็จริงๆเมื่อมันออกแรงกระชากผมแล้วกดผมลงกับเตียงก่อนที่ตัวมันเองจะพลิกตัวกลับขึ้นมาคร่อมอยู่บนตัวผม

 

ชิบหาย!!!! คดีพลิกแล้ว!!!

 

ไม่รู้เรื่องงั้นหรอ ถ้างั้นต้องรำลึกความหลังให้เบบี๋ซักหน่อยแล้วล่ะ

 

รำลึกความหลังบ้าอะไรวะ ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีเลยด้วยซ้ำ ยังไม่ทันที่จะได้อ้าปากเถียงไอ้พี่คุณก็ชิงปิดปากของผมด้วยปากของมันซะก่อน ผมออกแรงผลักมันออกไปแต่ก็ไม่เป็นผล เลยเปลี่ยนแผนมาเป็นการตั้งรับอย่างแข็งแกร่งแทน ผมตั้งพยายามสติก่อนสตาร์ทไม่ให้เคลิ้มไปกับสัมผัสอุ่นหวานและกลิ่นมิ้นท์ที่มีเสน่ห์อย่างประหลาดนั่น มือผมที่ตอนแรกพยายามผลักนั้นตอนนี้กลับกำเสื้อของไอ้พี่คุณไว้แน่นจนยับ

 

แม่งเอ๊ยยยจูบแล้วให้ความรู้สึกดีขนาดนี้ตั้งสติได้ยากโครตๆ ผมควรจะตั้งรับท่าไหนดีล่ะเนี่ย

 

ผมหลับตาปี๋ในใจก็ท่องนะโมตัสสะอย่างทุลักทุเล พยายามไม่คิดถึงเรื่องอย่างว่าและระงับอารมณ์ที่เริ่มพลุ่งพล่านของตัวเองไว้อย่างยากลำบาก พี่คุณไล้จูบไปทั่วริมฝีปากของผม มันจะไม่เป็นไรถ้ามันแค่จูบ แต่นี่มันพยายามจะใช้ลิ้นสิโว้ย!!! ผมเม้มปากแน่นไม่ยอมให้มันลุกล้ำเข้ามาข้างในปากเพื่อขโมยดีเอ็นเอผมไปได้ พี่คุณร้องจิ้จะในลำคออย่างอารมณ์เสียงก่อนจะใช้ฟันขบที่ปากล่างผมเบาๆจนผมเผลอเผยอปากขึ้นและนั่นก็เป็นโอกาสให้มันได้รุกล้ำเข้าไปขโมยดีเอ็นเอผมอย่าง่ายดาย แม่ม ด่านแรกถูกตีแตกไปซะแล้ว โอ๊ย!!! ผมเริ่มเครียดแล้วนะเว้ย

 

ถึงจะเครียดแค่ไหน...แต่ก็เคลิ้มด้วยเหมือนกัน ลิ้นเรียวของพี่คุณไล่สำรวจไปทั่วตอนแรกผมก็รู้สึกกระดากๆกับการสัมผัสคนอื่นมากมายขนาดนี้ แต่พอซักพักผมกลับรู้สึกสนุกและตื่นเต้นไปกับการที่ลิ้นของเราทั้งคู่หยอกล้อกันไปมาอย่างนั้น มันทั้งตื่นเต้นและวาบหวามจนแทบละลาย

 

อื้ม~”

 

รู้สึกดีอย่างไม่น่าเชื่อ นี่สินะที่เรียกว่าจูบ

 

อูยอง นายกำลังทำให้ชั้นหยุดไม่ได้พี่คุณผละริมฝีปากออก ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

 

ไม่ใช่แค่มันที่หยุดไม่ได้หรอก บางทีผมว่านาทีนี้ ผมก็หยุดไม่ได้เหมือนกัน

 

ผมไม่ได้พูดอะไรออกไปแต่กลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตสีน้ำตาลที่น่าค้นหานั่น ราวกับเวลาหยุดหมุนและโลกนี้มีแค่เรา รอบข้างเงียบสนิท สัมผัสได้แค่ไอความร้อนของอีกฝ่ายที่ทาบทับอยู่บนตัวผม พี่คุณที่ในตอนแรกดูร้ายกาจขณะนี้ก็ดูตื่นเต้นแและประหม่าไม่น้อย ผมเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าหล่อเหลาของพี่คุณแผ่วเบา ก่อนที่จะ...

.

.

.

อยู่ ในชั่วโมงต้องมนต์ ชั่วโมงที่ใจไหวหวั่น ราวกับดอกไม้ได้ผลิบาน เป็นรักที่มีข้างใน มองเธออยู่นานรู้บ้างไหม แค่อยากให้เธอเข้าใจ ช่วงเวลานี้จะต้องหวั่นไหว สักเท่าไร ฉันก็ยอม~’

 

อยู่ ในชั่วโมงต้องมนต์ ชั่วโมงที่ใจไหวหวั่น…~

 

 

ชิท ใครมันโทรมาวะเนี่ย!!!

 

เสียงริงโทนคุ้นหูจากเจ้าโทรศัพท์มือถือที่อยู่ข้างหมอนดังขึ้น พี่คุณเอื้อมมือไปหยิบมาจัดการตัดสาย ปิดเครื่อง และถอดแบตเตอรี่ออกเรียบร้อยก่อนจะโยนเครื่องมือสื่อสารเครื่องจิ๋วออกไปให้ไกล โห...นี่พี่กะว่าจะตัดขาดกับโลกภายนอกไปเลยใช่มั้ย

 

อูยอง เตือนไว้ก่อนหลังจากนี้ถึงนายจะห้ามยังไงชั้นจะไม่หยุดแล้วนะพี่คุณมองหน้าผมแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

แล้วที่ผ่านมาผมห้ามพี่ซักคำยัง ผมตอบกลับด้วยท่าทางกวนๆ

 

คำตอบของผมท่าทางจะถูกใจพี่คุณเป็นอย่างมาก คนตรงหน้ายิ้มกว้างอย่างที่ผมไม่เคยเห็น มันเป็นรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนราวกับเทวดาตัวน้อย ไม่ใช่รอยยิ้มจากซาตานอย่างที่ผ่านมา ก่อนจะค่อยๆเลื่อนริมฝีปากมาทาบทับบนริมผีปากผมอย่างนุ่มนวล จากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงจนผมแทบคลั่ง จากประสบการณ์ก่อนหน้าทำให้ผมรู้ว่าบางทีผมก็ควรเป็นฝ่ายตอบโต้บ้างไม่ใช่ตั้งท่ารับอย่างเดียว ผมค่อยๆเลื่อนมือไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินของพี่คุณทีละเม็ดอย่างอ้อยอิ่ง ระหว่างที่นั้นก็ลากมือผ่านอกขาวๆของพี่คุณไปด้วย สัมผัสได้ว่าตัวพี่คุณกระตุกน้อยๆก่อนจะจูบผมด้วยความเร่าร้อนมากขึ้น พี่คุณไล้ปากไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ เลื่อนลงมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ ลากผ่านไหปลาร้า หน้าอก หน้าท้อง บ้างก็แวะพักเพื่อปรนเปรอผมจนเผลอครางออกมาอย่างช่วยไม่ได้ จนถึงจุดที่ทำให้ผมเสียวไส้อย่างกับกำลังนั่งอยู่บนรถไฟเหาะตีลังกา แล้วก็ไม่รู้ว่าเสื้อผ้าของผมเนี่ยมันอันตรธานหายไปจนเหลือแต่ กกน.ตั้งแต่เมื่อไหร่(ผมไม่ชอบใส่บ็อกเซอร์มันเกะกะ) ทั้งๆที่ของพี่คุณแค่ปลดกระดุมเสื้อเท่านั้น มือไวใจเร็วเป็นบ้า

 

ผมช้อนตามองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่ชื้นฉ่ำด้วยแรงปรารถนา ใบหน้าที่ชื้นเหงื่อ ผมสีน้ำตาลอ่อนยุ่งปรกใบหน้า กับร่างกายที่กำลังสร้างความสุขสมให้ผมไม่หยุดนี้มันกำลังล่อหลอกให้ผมหลงใหลอย่างโงหัวไม่ขึ้น ก่อนที่สติของผมจะหลุดลอยไปบนสวรรค์ เสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินคือ...

 

อูยองเป็นของพี่เถอะนะ

 

จะมาขออะไรตอนนี้วะ รีบๆทำเข้าสิ...ผมร่ำร้องอยู่ในใจก่อนที่ทุกอย่างจะขาวโพลนไปหมด

.

.

อา~ ที่แท้สวรรค์เป็นแบบนี้นี่เอง

.

.

.

 

ผมไม่รู้ว่าตัวเองผล็อยหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เมื่อตื่นมาก็ไม่เจอพี่คุณอยู่ข้างๆแล้ว ได้ยินเสียงพี่คุณคุยโทรศัพท์แว่วๆดูที่ระเบียงด้านนอก

 

อะไรนะมึงจะมาเรียนที่โซล อ๋อสมัครไว้แล้ว เฮ้ย มหาลัยเดียวกับกู แล้วยังไง จะให้กูหาห้องให้ เอาใกล้ๆมหาลัย ขอถูกๆ สบายด้วย สะดวกด้วย กว้างด้วย ห่านี่มึงเรื่องมากชิบหาย หาเองแล้วกัน!!” แล้วพี่คุณก็กดวางทันทีทันใด

 

อยู่ ในชั่วโมงต้องมนต์ ชั่วโมงที่ใจไหวหวั่น…~”

 

อะไรของมึงอีกวะไอ้แทค เออๆแล้วกูจะดูให้ เอาห้องที่กูอยู่ตอนนี้แหละ กูกำลังจะย้ายออกพอดีเริ่มอึดอัดแล้วว่ะ มึงมาถึงเมื่อไหร่ก็โทรมาเดี๋ยวกูไปรับพี่คุณกดวางโดยไม่ร่ำลาเพื่อนฝูงอีกรอบ

 

ว่าแต่...พี่คุณจะย้ายออกจริงๆหรอ แล้วผมล่ะ หรือเพราะเรื่องเมื่อกี้ พี่คุณเลยอึดอัดจนคิดจะย้ายหนีผมงั้นหรอ

 

ผมนั่งคิดวิตกอยู่ในใจ คิ้วก็ขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ถ้าพี่คุณย้ายออกไปจริงๆ ผมจะทำยังไงดี เหลืออีกตั้งปีกว่าจะเรียนจบ ถ้าจะรอพี่เจย์กลับมาก็อีกตั้ง 5 เดือน แม่งเอ๊ย!! ก่อนหน้าไม่น่าให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผลเลยกู แถมยังได้แล้วทิ้งอีกต่างหาก งานเข้าแล้วมั้ยล่ะ

 

เป็นอะไรน่ะ หน้าเครียดเชียวพี่คุณเดินเข้ามาแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆผม ก่อนจะลูบหัวผมเบาๆเหมือนกำลังเล่นกับสัตว์เลี้ยง

ไม่มีไร พี่จะออกไปวันไหนผมจะได้เตรียมหาที่อยู่ใหม่ ผมปัดมือพี่คุณออกก่อนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น แต่ในใจนี่ กูจะไปหาเงินค่าประกันห้องใหม่จากไหนวะเนี่ย

 

ก็ราวๆอาทิตย์หน้าล่ะมั้ง แล้วแกจะหาที่อยู่ใหม่ทำไมน่ะ

เอ๊า ก็พี่จะย้ายออก แล้วเพื่อนพี่ก็จะมาอยู่ พี่จะให้ผมทำไงนอกจากหาที่อยู่ใหม่ หรือผมควรจะหน้าด้านอยู่กับเพื่อนของพี่ที่นี่กันล่ะ!!” ผมขึ้นเสียงใส่พี่คุณด้วยอารมณ์โมโหจัด

เฮ่ย!! ไม่ได้นะเว่ย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนายห้ามอยู่ที่นี่กับเพื่อนชั้นเด็ดขาด

ผมก็จะไปหาห้องใหม่อยู่นี่ไงเล่า!!”

หาทำไม...นายก็ไปอยู่กับชั้นสิ

ป...ไป อยู่กับพี่เนี่ยนะผมถามซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ไม่รู้ว่าตอนนี้ผมกำลังทำหน้าแบบไหนแต่ในใจเนี่ยพองโตโครตๆ

 

ก็เออดิ สามีจะปล่อยให้ภรรยาไปอยู่คนเดียวได้ไง คิดบ้างสิเบบี๋

ผ..ผมไปเป็นสามีภรรยากับพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กันผมแสร้งอายไปอย่างั้น บิดตัวเอียงคอนิดหน่อยพอให้น่ารัก ผมว่าตั้งแต่เมื่อกี้แล้วต่อมดัดจริตผมเริ่มทำงานขึ้นมาโดยอัตโนมัติยังไงไม่รู้

 

อยู่ดีๆก็สมองเสื่อมหรือไง อยากให้ชั้นทวนความจำอีกรอบงั้นสิ

ม...ไม่เอาแล้ว เจ็บจะตาย

ไม่เอารอบเดียวงั้นหรอ โอเคเดี๋ยวจะจัดให้หลายๆรอบเลย

 

นี่ขนาดวันแรกยังขนาดนี้ อีกหน่อยสงสัยผมไม่ต้องไปเรียนกันแล้วมั้งเนี่ย

โว้ย!!! คิดถูกคิดผิดวะเนี่ยกู

 

✿.。.:* *.:。✿ ✿.。.:* *.:。✿

 

Nichkhun Talk ♫~*

 

ทุกอย่างมันคืออึมโม It’s Conspiracy การสมรู้ร่วมคิดชัดๆ

 

อูยองคงไม่รู้เรื่องนี้ แต่ผมจะเล่าให้ฟัง อย่าไปบอกอูยองล่ะ

 

เริ่มแรก ผมเจออูยองก่อนที่เขาจะย้ายมาที่โซลซะอีก ตอนนั้นผมไปเที่ยวทะเลปูซานเพราะเบื่อความวุ่นวายในโซล ขับรถไปเรื่อยๆระหว่างกำลังจอดรถชมวิวอยู่นั้น สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นเด็กผู้ชาย 2 คนอายุคงจะรุ่นๆกับผม ท่าทางทะโมน เสื้อผ้ามอมแมมไม่เหมาะกับหน้าตาคุณหนูของทั้งคู่เลยซักนิด คนตัวเล็กที่หน้าตาดูหาเรื่องกำลังท้าต่อยกับผู้ชายที่ท่าทางนักเลง 4-5 คนอยู่ ส่วนอีกคนนั้นก็ไม่ใช่ว่ากำลังหงอ ท่าทางก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ผมยืนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความสนใจ บทสรุปของมันคือ เด็กผู้ชายตัวขาวหน้าตาน่ารักตัวเล็ก 2 คนนั้นจัดการกับพวกนักเลงตัวโตซะอยู่หมัด แถมท่าทางทั้งคู่ยังดูสนุกมากๆด้วย เมื่อหนึ่งในนั้นหันมาสบตากับผม ก็หันไปซุบซิบกับอีกคนหนึ่งแล้วเดินตรงมาที่ผมทันที เมื่อเดินเข้ามาใกล้ๆทำให้ผมเห็นหน้าของคนทั้งคู่ชัดๆ คนแรกตัวเล็กกว่าแต่ท่าทางแข็งแรง ผิวขาวจัด หน้าหวานเฉี่ยว ติดจะหมวยมากกว่าตี๋กำลังมองหน้าผมอย่าพิจารณา ส่วนอีกคนแม้จะสูงกว่าแต่ร่างกายกลับดูบอบบางนุ่มนิ่ม หน้าตาจัดว่าดูดีออกจะน่ารัก แก้มป่องและหน้าใส คนนี้ยิ้มกว้างให้ผมก่อนพูดว่า

 

พี่ชาย เมื่อกี้ยืนดูพวกเราใช่มั้ย ถ้าไม่อยากมีสภาพเหมือนพวกนั้น คิดค่าดูโดยการพาพวกเราไปส่งและเลี้ยงข้าวซะ

 

การเจอกันครั้งแรก อูยองนี่มันแม่งพวกไถเงินชัดๆ ผมคิดอย่างงั้นแต่ก็ลบภาพใบหน้ายิ้มกว้างออกไปจากหัวไม่ได้เลย

 

เมื่อกลับมาอยู่ที่โซลผมพยายามลบภาพนั้นออกไปแต่ก็ทำไม่ได้ บังเอิญว่าได้รู้จักกับคุณลุงคนหนึ่งเขากำลังร้อนเงินเลยอยากจะขายห้องที่อาศัยอยู่ให้ผม ตอนนั้นผมไม่ได้ต้องการที่อยู่ใหม่หรืออะไรเลยไม่อยากจะซื้อ แต่พอลุงโชว์รูปลูกชายของลุงให้ผมดูเท่านั้นแหละ ผมรีบตกลงซื้อห้องนั้นต่อจากลุงในราคาสูงทันที ก็ลูกชายของลุงน่ะมันเป็นคนเดียวกับเด็กที่ผมสลัดออกไปจากหัวคิดผมไม่ได้ซักทีน่ะสิ

 

แล้วอยู่ดีๆสวรรค์ก็ให้รางวัลผมโดยการส่งไอเด็กคนนี้มาให้ผมถึงที่ โดยที่ผมไม่ต้องออกแรงตามหาแค่นอนกระดิกขาชิลๆอยู่ที่ห้องเฉยๆ แต่ถึงอย่างงั้นการอยู่ด้วยกันช่างยากลำบากกับการห้ามใจ ถึงแม้ผมจะไล่มันให้ออกไปนอนที่ห้องนั่งเล่น แต่พอมันหลับ ผมก็ย่องออกไปนั่งมองหน้ามันตอนหลับทุกที ช่วงหลังผมอดใจไม่ไหว เผลอจูบไปบ้างเหมือนกัน ไม่รู้ว่ามันจะรู้ตัวรึเปล่า แต่ผมว่าคงไม่หรอกมั้งหลับสนิทน้ำลายยืดซะขนาดนั้น แต่บางครั้งอูยองมันก็ตื่นมาบ่นว่าได้กลิ่นมิ้นท์อีกแล้ว ฮ่าๆ นั่นเพราะผมเคี้ยวหมกฝรั่งกลิ่นมิ้นท์ก่อนจะจูบมันน่ะสิ

 

ผมไปปรึกษาเรื่องนี้กับชานซอง จริงๆแล้วไอ้ชานเพื่อนอูยองเนี่ยมันเป็นลูกของน้าผมเอง พูดง่ายๆก็คือเราเป็นญาติห่างๆกัน ไอชานก็รับปากว่าจะช่วยผมเต็มที่ แล้วผลลัพธ์มันก็ออกมาดีเกินคาดสุดๆ ก๊ากกกก สงสัยผมต้องเลี้ยงโต๊ะจีนมันซักหน่อยแล้ว

 

วันที่เกิดเรื่อง อันที่จริงตอนนั้นผมไม่ได้หลับ ตื่นตั้งแต่ตอนที่อูยองมันย่องเข้ามาหยิบโน้ตบุ๊คไปแล้ว ผมรู้ด้วยนะว่ามันดูอะไร แต่อยากจะเงียบไว้รอดูปฏิกิริยามันมากกว่า ดังนั้นตอนที่อูยองแอบมาจูบผมน่ะ มันทำให้ผมแทบบ้า ต้องพยายามเก็กตัวให้นิ่งแทบตายแน่ะ ส่วนหลังจากนั้นต่อมาก็อย่างที่พวกคุณรู้ ผมไม่อยากเล่าหมดหรอก เก็บไว้เป็นเรื่องดีๆของเราสองคนดีกว่า

 

รู้แต่ว่า สิ่งที่ผมทำมาทั้งหมดมันไม่ได้เสียเปล่า และตอนนี้ผมได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าสุดๆ

 

 

✿.。.:* *.:。✿ ✿.。.:* *.:。✿

 

 

5 เดือนต่อมา

 

พี่คุณอาทิตย์หน้าพี่เจย์จะกลับมาแล้วอะ ถ้าผมจะย้ายไปอยู่กับพี่เจย์อะ พี่จะว่ายังไง

ไม่เอา~ ทำไมต้องย้ายด้วย ไม่ให้ไป

ง่ะ พี่อย่าดื้อดิ ผมสัญญากับพี่เจย์ไว้แล้วนะ อีกอย่างผมทิ้งพี่เจย์ให้อยู่คนเดียวไม่ได้หรอก

ทำไมจะอยู่ไม่ได้ เจย์มันก็โตแล้วนะอูยอง

พี่เจย์ไม่รู้จักโซลเลยนะพี่คุณ ผมจะให้คนซื่อๆงงๆเบลอๆอย่างพี่เจย์อยู่คนเดียวได้ไง มีหวังถูกหลอกกันพอดี

อะ...แล้วถ้าเจย์มันมีคนดูแลล่ะ

ถ้าอย่างงั้นผมก็ค่อยคิดอีกทีไง แต่...ไม่มีหรอกพี่เจย์ไม่รู้จักใครที่นี่

พี่คุณไม่พูดอะไรก่อนหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาแนบหูแล้วกรอกเสียงลงไปตามสาย

 

ไอ้แทคหรอ เออ มีเรื่องให้ช่วย ห้องมึงอะ ไม่สิห้องกูที่มึงเช่าอยู่อะ ฝากคนไปอยู่คนนึง

ไม่ได้ ทำไมไม่ได้ เอางี้ ถ้ามึงยอมช่วยคราวนี้นะกูเก็บค่าห้องมึงเดือนเว้นเดือนเลยเอ้า

ไม่ต้องคิดแล้ว อะไรนะ อ๋อ ผู้ชาย ไม่อยากอยู่กับผู้ชาย สัดนี่ทำไมมึงพูดยากงี้วะ

ผู้ชายน่ารักนะเว่ยกูจะบอกให้ ดีไม่ดีมึงจะมีคนคอยซักผ้า ล้างจานเก็บห้องด้วยนะเอ้า เอาเหอะน่า ตัวเล็กๆไม่เกะกะมึงหรอกรับรองได้ อีกอย่างเด็กนอกเหมือนกันคงเข้ากันได้ดีล่ะน่า

เออ โอเค ตกลงนะ อืม มาอาทิตย์หน้า จัดห้องให้เรียบร้อยอย่าให้กูขายหน้าล่ะ

 

โอเคละ ทีนี้อูยองก็ไม่ต้องย้ายแล้วไง ชั้นหาคนดูแลเจย์ให้ได้แล้วพี่คุณหันมาพูดกับผมพร้อมรอยยิ้มมุมปากร้ายๆตามสไตล์ ผู้ชายคนนี้นี่มันหาตัวจับยากจริงๆ แต่ก็นะผมว่าผมชักชอบในรอยยิ้มร้ายมากกว่ารอยยิ้มเทวดาที่พี่คุณเอาไว้หลอกสาวๆแล้วล่ะ

 

ก็รอยยิ้มร้ายๆแบบเนี้ย สังเกตดูดีๆแล้วมันมีไว้สำหรับผมคนเดียวเลยนี่นา

 

 

✿.。.:* *.:。✿ END✿.。.:* *.:。✿

 

 

ชั่วโมงต้องมนต์ by FRIDAY

 

เมื่อแรกเจอกับเธอก็ละเมอ ดั่งต้องมนต์
ก็เหมือนคนที่ถูกสะกดดวงใจ เอาไว้ไม่ให้ไปไหน
เพ้อแต่เธอ นี่เธอช่วยหันมามองฉันทีนะคนดี

ตอน นี้ใจก็ลอยหลุดไปแล้ว ถูกต้องมนต์
ก็เพราะคนอย่างเธอที่ฉันฝันหา ที่ฉันรอมานานแล้ว
ยิ้มให้เธอ แล้วทำไมเธอจึงไม่ยิ้มๆคืนมา

อยู่ ในชั่วโมงต้องมนต์ ชั่วโมงที่ใจไหวหวั่น
ราวกับดอกไม้ได้ผลิบาน เป็นรักที่มีข้างใน
มองเธออยู่นานรู้บ้างไหม แค่อยากให้เธอเข้าใจ
ช่วง เวลานี้จะต้องหวั่นไหว สักเท่าไร (ฉันก็ยอม)

ที่ฉันมองๆเธอๆก็รู้ เธอรู้ดี
แต่เพราะมีบางสิ่งสะกดดวงใจ ให้ฉันต้องมองต่อไป
ยิ้มให้เธอ ขอแค่เพียงหันมามองฉันทีได้ไหม

อยู่ในชั่วโมงต้องมนต์ ชั่วโมงที่ใจไหวหวั่น
ราวกับดอกไม้ได้ผลิบาน เป็นรักที่มีข้างใน
มอง เธออยู่นานรู้บ้างไหม แค่อยากให้เธอเข้าใจ
ช่วงเวลานี้จะต้องหวั่นไหว สักเท่าไร (ฉันก็ยอม)

อยากจะหยุดไว้ให้นานๆ ลบคนรอบด้านทิ้งไป
จะ เก็บไว้ (เก็บเอาไว้) นานกว่านี้จะได้ไหม
ชั่วโมงนึงที่ฉัน ได้พบกับเธอนั้นช่างสุขใจ

อยู่ในชั่วโมงต้องมนต์ ชั่วโมงที่ใจไหวหวั่น
ราวกับดอกไม้ได้ผลิบาน เป็นรักที่มีข้างใน
มอง เธออยู่นานรู้บ้างไหม แค่อยากให้เธอเข้าใจ
ช่วงเวลานี้จะต้องหวั่นไหว สักเท่าไร (ฉันก็ยอม)

 

 

 


edit @ 4 Jul 2010 20:02:10 by Namneena