[SF] In my mind ft.KW

posted on 20 Nov 2010 00:08 by c-moneveybody

Title : In my mine

Couple : Khun x Dong

เร่าร้อน เร่งเร้า

แผดเผา มลายสิ้น

หายใจ ระรวยริน

โบยบิน ไปสู่เธอ

.

.

.


มันไม่ใช่บางสิ่งที่เรียกว่าความรัก หากแต่เป็นความใคร่

มันไม่ใช่บางสิ่งที่เรียกว่าความเข้าใจ แต่มันเกิดขึ้นเพราะความกระหายของเขาเอง

 

เสียงเสียดเนื้อดังก้องไปทั่วห้องกว้าง ชายหนุ่มไร้เสื้อผ้าอาภรณ์กำลังขยับกายเป็นจังหวะสอดประสานกับชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ด้านล่าง เสียงครางฮืออย่างสุขสมเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความรู้สึกในกามารมณ์ของคนทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี เขาทั้งคู่คงมีความสุขมากกว่านี้ หากไม่เพียงแต่พวกเขารู้ตัวดีว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้น ผู้คนต่างตราหน้าว่า

 

ผิดศีลธรรม

 

แม้จะตระหนักดี แต่ความท้าทายในสิ่งแปลกใหม่มันทำให้พวกเขารู้สึกติดใจในรสชาติของกันและกัน ร่างกายชื้นเหงื่อกับน้ำรักขุ่นเหนียวที่ล้นทะลักออกมาเพราะบทรักดำเนินมาถึงปลายทางเลอะเปรอะเปื้อนไปทั่วเตียงนุ่มและร่างกายของคนทั้งคู่

 

นิชคุณถอนกายออก ก่อนจะเผยให้เห็นของเหลวขุ่นเหนียวไหลเยิ้มออกมาจากช่องทางคับแคบของอีกฝ่าย

 

อกขาวของจางอูยองกระเพื่อมขึ้นลงกระชั้นถี่เป็นจังหวะรัว ก่อนจะช้าลงและเริ่มสงบในที่สุด

 

แม้ว่าทั้งคู่จะนอนเคียงข้างกัน แต่สิ่งที่อยู่ในใจของอีกฝ่าย ต่างคนต่างไม่ยอมเผยให้เห็น แม้ร่างกายจะเชื่อมต่อสอดประสาน หัวใจก็ยังไม่ยอมเปิดรับ ไม่ใช่ไม่เปิดรับอีกฝ่าย หากแต่ไม่ยอมเปิดรับความรู้สึกของตนเอง

 

นิชคุณเอื้อมมือมาโอบรัดคนข้างๆด้วยความหวงแหน เขาอยากจะขังจางอูยองไว้ในห้องนี้ เหมือนนกน้อยในกรงทอง ไม่ให้ออกไปไหน ไม่ให้ใครได้เห็นหน้าตาท่าทางที่น่าหลงใหลนี้ มือหนาโอบรัดและลูบไล้วนเปะป่ายไปทั่วร่างบางกว่า รอยแดงทั่วลำคอและอกขาวยังคงกระจ่างชัด นิชคุณอยากให้มันเป็นรอยสักที่ไม่จางหาย ใครต่อใครจะได้รู้ว่า...

 

จางอูยองคนนี้เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของ และเจ้าของอย่างเขาก็หวงมาก

 

เตียงนุ่มยุบยวบลงเมื่อนิชคุณพลิกตัวกลับมาทาบทับร่างของอีกฝ่ายไว้ ลมหายใจผะแผ่วเรี่ยรดกัน อูยองเบี่ยงหน้าหลบเมื่ออีกฝ่ายโน้มตัวลงมาใกล้ ทำให้ริมฝีปากอิ่มของนิชคุณสัมผัสได้เพียงดวงแก้มเนียน

 

จางอูยองเป็นสัตว์เลี้ยงที่ปราบยากแต่กระนั้น เขาก็ยังปรานารถที่จะเป็นผู้ปราบพยศซะทุกครั้งไป

 

 

มันไม่ใช่สิ่งที่จางอูยองปรารถนา เขาปรารถนาที่จะเอาชนะเทพบุตรตรงหน้าจนสามารถทำได้ทุกอย่าง เพื่อให้ผู้ชายที่ผู้คนปรารถนามาสยบแทบเท้า เขายอมที่จะร้อนแรงดั่งไฟ และพยายามทำจิตใจให้นิ่งเหมือนน้ำ หลอกล่อให้เทพบุตรมาติดกับด้วยใบหน้าลวงๆ เมื่อเวลาผ่านไป จางอูยองกลับเริ่มตระหนักว่า บางทีสิ่งที่เขากำลังหลอก

 

อาจเป็น...

.

.

หัวใจของเขาเอง

 

 

นิชคุณยังคงใช้ริมฝีปากสัมผัส ลากผ่าน ไล้ชิมไปทั่วร่างกายขาวเนียนราวกับขนมปุยฝ้ายทั้งเนียนและนุ่ม มันเป็นความหวานที่ไม่มีที่สิ้นสุด สิ่งที่เขาได้รับมันไม่เคยพอ ลองได้ชิมแล้ว

 

ก็อยากได้ ..

อยากได้ ..

อยากได้ ..


เขาอยากได้มากกว่านี้อีก

 

แต่สิ่งที่เขาอยากได้มากที่สุดคือ

 .

 .

 .

หัวใจของจางอูยอง

 

 

เขาไม่สามารถต้านทานคงตรงหน้าได้ จางอูยองรู้ตัวดี ร่างกายของเขากำลังอ่อนยวบไปกับสัมผัส สัมผัสคุ้นชินติดตรึงอยู่บนร่างกาย หากเป็นสัมผัสของคนอื่น มันคงไม่ทำให้เขารู้สึกมากขนาดนี้ เพียงแค่ริมฝีปากที่ลากไล้ก็สามารถทำให้สัมปชัญญะของจางอูยองพร่าเบลอได้ไม่อยาก

 

นิชคุณใช้มือข้างหนึ่งรวบมือทั้งสองข้างของอูยองไว้ราวกับกุญแจมือ ส่วนมืออีกข้างกระชับใบหน้าไว้ไม่ให้พลิกหนี ขาเกี่ยวกระหวัดล็อกแน่นไว้จนไม่สามารถขยับไปไหนได้อีก ทั้งๆที่มีสัมพันธ์กันหลายครั้งแล้ว แต่สิ่งเดียวจางอูยองกลับไม่ยอมให้นิชคุณทำก็คือ

 

"จูบ"

 

สาบานได้ว่านิชคุณกับอูยองไม่เคยจูบกันแม้แต่ครั้งเดียว

 

 

อูยองกัดริมฝีปากแน่น เขาเชื่อว่าการจูบคือการแสดงความรักไม่ใช่สิ่งที่แสดงถึงชัยชนะ

 

นิชคุณอยากจูบเขาเพราะต้องการเอาชนะเขา อูยองคิดเช่นนั้นเสมอมา เขาไม่มีทางให้นิชคุณจูบ เพราะเขาเองก็เป็นคนที่สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นเหมือนกัน

 

อูยองใช้แรงเท่าที่มีอยู่พยายามสลัดมือที่เกาะกุมออกเพื่อจะเบี่ยงหน้าหลบ นิชคุณไม่ยอมแพ้เขาบีบแก้มใสไว้แน่น จนเกิดรอยแดงเรื่อๆบนแก้มเนียนนั้น จากแรงบีบทำให้กระพุ้งแก้มด้านในไปกระทบกับฝันคมจนเกิดเป็นรอยแผล รสเค็มปร่าของเลือดไหลเวียนอยู่ในช่องปาก อูยองไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านยังคงเม้มริมฝีปากไว้แน่นจนเป็นแผล เลือดไหลซึมออกมาจากริมฝีปากบาง อีกทั้งยังจ้องหน้าคนหน้าคมนิ่งไม่ลดละ แต่นัยตากลับมีแววสั่นไหว

 

ปรารถนาลึกๆ เขาอยากให้นิชคุณจูบเขาด้วยความรัก

 

 

มันเป็นบทรักที่ดูรุนแรง นิชคุณยังคงจับหน้าคนตัวบางกว่าไว้ เขาอยากให้คนตรงหน้ายอมเปิดเผยสิ่งที่อยู่ในใจให้เขาได้รับรู้บ้าง แม้ว่าตัวเขาเองจะเป็นคนแข็งๆแต่เขาก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าหวง

 

ไม่สิ...หลง

 

เขารู้ดีว่าทั้งเขาและอูยองต่างเลือกเดินบนเส้นทางของการแข่งขัน เส้นทางที่จะต้องมีผู้แพ้และผู้ชนะ  ต้องมีใครสักคนหนึ่งที่จะยอมถอย หรือถ้าไม่ก็ต้องสู้กันจนอีกฝ่ายจะย่อยยับไปข้าง

 

นิชคุณไม่อยากจะทำลายคนตรงหน้าให้แหลกคามือ บางทีคนที่ยอมก่อนอาจจะเป็นเขา

 

ยามปล่อยมือออกปรากฏรอยนิ้วจางๆบนแก้มของอูยอง นิชคุณกล่าวโทษตัวเองอยู่ในใจ เลื่อนมือไปสัมผัสแผ่วเบาบริเวณนั้น คลายมืออีกข้างที่จับข้อมือทั้งสองข้างของอูยองออก ไล้ลิ้นเลียเลือดที่ไหลซึมออกมาจากการกัดริมฝีปากแน่นของอูยอง ก่อนจะฉุดคนตัวบางขึ้นมาแล้วประคองกอดแน่น

 

ร่างกายทั้งสองแนบชิดแต่หัวใจช่างไกลห่าง

 

นิชคุณอยากจะลองลดความทะนงตัวของตัวเองลง

 

เขาสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของอูยอง แต่กลับรู้สึกว่าความเย็นชาแผ่ปกคลุมพวกเขามากขึ้นทุกที

 

 

“ฉันขอโทษที่ทำให้นายเจ็บ”

 

คนที่พูดคำว่าขอโทษไม่ใช่คนที่แพ้ หากแต่เป็นคนที่ชนะทิฐิในใจตัวเองได้ต่างหาก

 

 

รสเค็มปร่าของเลือดยังคงอยู่ อูยองใช้ลิ้นวนรับสัมผัสคาวเลือดบริเวณแผล เมื่อปลายลิ้นสัมผัสความรู้สึกแสบก็แล่นริ้ว คนตรงหน้าที่กอดเขากำลังกอดด้วยความรู้สึกแบบไหน จางอูยองกำลังชั่งใจ

 

ตราชั่งที่เที่ยงตรงไม่มีในโลก ยิ่งตราชั่งที่ใช้ชั่งความรู้สึกด้วยแล้ว มันเรรวนเสียยิ่งกว่าอะไรดี

 

อูยองเอื้อมมือที่วางไว้ข้างตัวกอดตอบนิชคุณ ก่อนจะเอาศีรษะไปซุกไซร้บริเวณต้นคอเหมือนแมวน้อยที่กำลังอ้อน ขอความรักจากคนที่เป็นผู้เลี้ยง

 

 

ทั้งสองกอดกันแน่น มันเป็นเวลาเพียงครู่ที่เหมือนยาวนาน ไม่มีจังหวะที่สอดประสานของร่างกาย ไม่มีเสียงครวญคราง ทั้งคู่ต่างเงียบเพื่อสดับฟังเสียงหัวใจของกันและกัน พวกเขากำลังพยายามปรับให้มันเต้นในจังหวะเดียวกัน เพียงแค่เสียงหัวใจสอดประสาน สายตาที่ส่งผ่านความรู้สึก ก็ทลายน้ำแข็งที่เกาะกินใจของทั้งคู่ได้ทีละน้อย

 

หากไม่เปิดใจ แล้วจะเดินเข้าไปได้อย่างไรกัน

.

.

.

 

กลีบปาก บดเบียดแทรกลิ้น

ไล้วนปรนปลิ้น สิ้นท่า

เหมือนอยู่ในห้วงมายา

เสน่หาหวานฉ่ำ มิรู้ลืม