[SF] ออกกำลังกายกันเถอะ

posted on 14 Feb 2011 23:13 by c-moneveybody

Title : ออกกำลังกายกันเถอะ

Couple : Taec x Jay

 

พลาดไม่ได้!!!!

 

หากคุณมั่นใจในรูปร่าง อย่าช้า!!

หากคุณมั่นใจในมัดกล้าม อย่าช้า!!

หากคุณมีกล้ามท้องช็อคโกแลต อย่าช้า!!

 

เทศกาลประกวดชายงามแห่งมัธยม XXX มาถึงแล้ว

หากคุณมีของดี อย่าเก็บไว้เพียงคนเดียว ถึงเวลาที่คุณจะแสดงรูปร่างแข็งแรงราวเฮอร์คิวลิสให้โลกได้ประจักษ์

 

สองมือล้วงกระเป๋า ปลดกระดุมเสื้อแล้วก้าวเข้ามา ร่วมประกวดกับเรา

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประกวด

ความมั่นใจและมัดกล้าม หากไม่มีมัดกล้าม แค่มั่นใจว่ากล้าโชว์ถึงจะถูกโห่ก็หาได้แคร์ไม่

 

สมัครได้ทุกเวลาที่ชมรมเพาะกาย

อย่าลืมว่าเรารอคุณอยู่!

 

 

ผมกำลังนั่งฟังคิมจุนซูหัวหน้าชั้นเรียนของผมอ่านประกาศรับสมัครประกวดชายงามด้วยความตั้งใจ เมื่อเขาอ่านจบเกิดเสียงอื้ออึงไปทั่วห้อง

 

“โอ้ย งานนี้มันต้องเจย์อยู่แล้ว” ไอ้แว่นพูด

“นั่นสิ ไม่มีใครในห้องเราหุ่นดีเท่าแจบอมแล้ว” ไอ้แห้งเสริม

“พวกนายพูดถูก พวกเราทุกคนก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ใช่ไหมๆ” ไอ้อ้วนหันไปขอความเห็นจากคนรอบข้าง ซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วยกับไอ้อ้วนกันหงึกหงัก

“ถ้าเจย์ลงสมัคร เจย์ต้องได้แหงๆพวกนายว่าไหม” ไอ้โย่งยังขอความเห็นเพิ่ม เกิดเสียงอือออดังไปทั่วห้อง จากนั้นทุกคนก็มองมาที่ผมเป็นตาเดียว โดยไม่ได้ถามผมสักคำเหมือนว่าผมต้องเป็นตัวแทนลงสมัครชายงามไปโดยปริยายแล้ว

 

“เอ่อ จะดีหรอ ฉันไม่หุ่นดีขนาดนั้นหรอก” ผมปฏิเสธไปงั้นๆพอเป็นพิธี เพราะผมรู้อยู่แล้วว่ายังไงพวกในห้องก็ต้องเลือกผมอยู่ดี ทุกคนหันมายิ้มให้ผมก่อนพูดว่าผมดีที่สุดแล้ว เหมาะสมสุดๆแล้วสำหรับงานนี้ ผมกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ความจริงผมมั่นใจในรูปร่างตัวเองพอควร ไม่สิ มั่นใจมาก ว่าในมัธยม XXX เนี่ยไม่มีใครที่จะมีรูปร่างเพอร์เฟ็คแบบผม ถ้าผมเข้าร่วมประกวดอันที่จริงดูจะเป็นการเอาเปรียบคนอื่นด้วยซ้ำ แต่ช่วยไม่ได้นี่นะ ในเมื่อทุกคนฝากความหวังไว้ที่ผมขนาดนี้ ไม่อยากจะขัดศรัทธา

 

“ก็ได้ ฉันจะเข้าประกวด แต่ไม่แน่ใจว่าจะเอารางวัลมาฝากพวกนายได้นะ” ผมพูด

 

“เอาล่ะ สรุปว่าห้องเราส่ง ปาร์คแจบอม เข้าประกวด เลิกโฮมรูมแค่นี้” จุนซูพูดปิดประชุมก่อนที่ทุกคนจะรีบแยกย้ายกันกลับบ้านเหลือเพียงแค่ผมกับไอ้เพื่อนตัวขาวข้างกาย

 

“เจย์ กูมีอะไรจะบอกว่ะ” อยู่ดีๆอูยองก็พูดขึ้น

“อะไรวะ”

“กูว่า ช่วงนี้อะ มึงดู สมบูรณ์ ไปหน่อยนะ ก่อนประกวดกลับไปส่องกระจกที่บ้านบ้างก็ดี” พูดจบมันก็หันมายักคิ้วให้ผมแล้วเดินจากไป ปล่อยให้ผมยืนอึ้งเสียความมั่นใจอยู่อย่างงั้น

 

ผมไม่มีทางเชื่อไอ้คนตัวนิ่มอย่างอูยองเด็ดขาด!!

 

 

ผมกลับถึงบ้านด้วยความวิตกสุดขีด การประกวดจะมีขึ้นในอีกหนึ่งสัปดาห์อีกข้าง คิดไปคิดมาจริงอย่างมันว่า ช่วงนี้ผมกับมันเอาแต่ตระเวนชิมของอร่อย เข้าร้านนู้นออกร้านนี้ กินของคาวตบท้ายของหวานเป็นว่าเล่น และเพราะมั่นใจในรูปร่างตัวเองผมจึงละเลยการดูแลรูปร่างไปบ้าง หวังว่ามันคงไม่น้อยใจจนกลายร่างเป็น One Pack ไปซะก่อน

 

ผมเดินไปที่กระจกเงาบานใหญ่ที่วางหราอยู่กลางห้อง ก่อนปลดกระดุมถอดเชิ้ตนักเรียนออกเผยให้เห็นรูปร่างภายใน หันซ้ายแลขวาแล้วพบว่าทุกสิ่งยังอยู่เหมือนเดิม อกตู้มพร้อม! แขนล่ำพร้อม! หน้าท้องแปดห่อพร้อม! หันซ้ายแลขวาอีกที ไม่ว่ามองทางไหน ก็ไม่สามารถจะบอกคำใดได้นอกจากคำว่า เพอร์เฟ็ค! ระหว่างที่ผมกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับการนั่งนับซิกแพ็คของตัวเองอยู่นั่น ไอ้จีฮานน้องชายสุดที่รักก็เปิดประตูเข้ามา

 

“เจย์! แม่เรียกกินข้าว” มันพูด

“เออ เดี๋ยวลงไป” ผมจัดการหยิบเสื้อที่ถอดโยนทิ้งไว้บนเตียงขึ้นมาใส่ลวกๆ แต่ใส่ยังไม่ทันเสร็จจีฮานก็เดินเข้ามาใกล้แล้วเอามือของมันมาจับบริเวณเอวเหนือขอบกางเกงชั้นในของผม ก่อนมันจะพูดด้วยเสียงดูแคลนว่า

“เจย์ เดี๋ยวนี้พี่มีชั้นไขมันแล้วว่ะ” พูดอย่างเดียวไม่พอมันยังเอามือมาบีบๆบริเวณเนื้อตรงเอวที่มันหยิบขึ้นมาเป็นชั้นๆอีกด้วย ในตอนนั้นเองที่สมองของผมปิดรับการสื่อสาร ภายในมีแต่คำว่า

 

ไขมัน ไขมัน และไขมัน วนเวียนอยู่เต็มไปหมด คนอย่างปาร์คแจบอม มีชั้นไขมันได้ยังไงวะ!

 

ไม่ได้การ ผมรีบวิ่งลงบันไดไปด้านล่างเพื่อที่จะเตรียมตัวไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ ก่อนถึงวันประกวดผมจะต้องกำจัดไอ้ชั้นไขมันบ้าๆนี่ออกไปให้ได้ ทำยังไงมันจะหายออกไปได้เร็วๆฟระ เข้าโรงพยาบาลแล้วบอกหมอตัดแบ่งไปให้ไออูยองมันดีมั้ยเนี่ย ไหนๆมันก็มีตั้ง 2 ชั้นแล้ว เพิ่มอีกซักชั้นจะเป็นไรไป ระหว่างที่ผมกำลังนั่งผูกเชือกรองเท้าอย่างเร่งรีบอยู่นั้น เสียงโทรทัศน์รายการแม่บ้านที่คุณนายปาร์คกำลังดูอยู่ก็ดังแว่วมาเข้าหู

 

‘คุณจวนมีพุง คุณมีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้หุ่นเพรียวสวยหลังคลอดลูกได้ขนาดนี้คะ’

‘อ๋อ ง่ายๆค่ะ คุณยังครองคาน ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม ไม่ต้องใส่โอนามิ เพียงแค่คุณมี แต๊แด~ เจ้านี่’

‘มันคืออะไรคะ’

‘อุปกรณ์เล็กๆพกพาสะดวก เห็นผลเร็ว มันคือ ฮูลาฮูปค่ะ เพียงวันละ 15 นาที ส่ายไปส่ายมาแบบนี้ หน้าท้องจะลด ไขมันจะหาย แล้วหุ่นก็จะเพรียวสวยสมใจเหมือนดิชั้น เป็นไงคะ ง่ายมากๆเลย’

‘จริงด้วยค่ะ สงสัยดิชั้นต้องไปหามาใช้บ้างแล้ว เผื่อจะได้ลงจากคานกับเค้าบ้างแล้วล่ะคะ โฮะๆๆ’

 

ผมแอบดูรายการแม่บ้านนั้นอย่างตั้งใจ ไอ้อุปกรณ์วงกลมๆที่ว่านั่นดูเล่นง่ายมากๆแถมท่าทางว่าจะได้ผลดีเกินคาด ก็ขนาดคุณจวนมีพุงอะไรนั่นอ้วนปั้กยังลดลงหุ่นเพรียวลมได้ขนาดนั้นในเวลาแป๊บเดียว...น่าสนใจเว้ย

 

“อ้าวเจย์ ลูกจะออกไปข้างนอกหรอ” แม่หันหน้าจากหน้าจอโทรทัศน์มาเจอผมที่กำลังแอบมองดูรายการนั้นอยู่หลังประตูพอดี “ครับแม่” ผมจำใจต้องเดินออกมาจากหลังประตูไปหาแม่

“ตอนกลับมาฝากซื้อของหน่อยสิ” แม่พูดก่อนลุกขึ้นไปหยิบเงินส่งมาให้ผม

“ลูกรู้จักฮูลาฮูปใช่ไหม มีร้านเขามาตั้งขายอยู่ตรงตลาด ช่วงนี้กำลังนิยมมาก เจย์ไปซื้อมาให้แม่หน่อยสิ” ไม่พูดเปล่าแม่ทำท่าทางส่ายเอวสาธิตให้ผมดูวิธีการเล่นด้วย ผมรับเงินมาอย่างเสียไม่ได้ ก่อนออกจากบ้านแล้วตรงดิ่งไปยังร้านขายฮูลาฮูปที่ว่าโดยไม่ได้ไปออกกำลังกายก่อนอย่างทีตั้งใจไว้แต่แรก

 

เมื่อไปถึงที่ร้านผมกลับได้แต่อุทานว่า นี่มันอะไรกันวะ!!!!!

 

ทำไมมันเยอะแยะละลานตาแบบนี้ แถมมีหลายแบบหลายไซส์ หลายขนาด คือเรียกได้ว่าคือสวรรค์ของฮูล่าฮูปชัดๆ ในร้านแน่นขนัดไปด้วยสาวน้อยบ้างใหญ่บ้าง สาวเหลือน้อย สาวหลักร้อยบ้าง แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่พูดมานั้นไม่มีผู้ชายซักคน! ให้มันได้อย่างงี้สิวะ

 

ผมพยายามทำตัวให้ลีบที่สุด เล็กที่สุดแล้วหลับหูหลับตาหยิบไออุปกรณ์ห่วงกลมๆมา 2 อัน อันนึงสำหรับแม่และอีกอันนึงผมตัดสินใจแล้วว่ามันสำหรับผม ไอ้อุปกรณ์นี่มันต้องเจ๋งสุดๆแน่ๆ ดูสิขนาดคนแห่มาซื้อกันเยอะแยะขนาดนี้ ผมว่ามันคงจะเยี่ยมไม่เบาล่ะ ผมรีบจ่ายเงินรับของแล้ววิ่งออกจากร้านอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งๆที่นึกว่ารอดตัวแล้วแต่กลับลืมไปว่า ไอ้ห่วงกลมๆนี่มันใหญ่โครต แล้วที่สำคัญมันไม่มีถุงใส่ แถมไอ้อันที่ผมหลับหูหลับตาหยิบมานั้นปรากฎว่าดันมือแม่นไปหยิบไอ้ที่มีดอกพร้อยไปทั้งอันซะได้ เท่ากับว่าตอนนี้ผมกำลังถือฮูลาฮูปลายดอกไม้บานสะพรั่ง 2 อันหราต่อหน้าประชาชี บอกตรงๆแม่งอายครับ อายโครตๆ อยากจะทำตัวเป็นพวกไร้ญาติขาดมิตรขึ้นมาเสียดื้อๆ ขอร้องใครก็ตามที่รู้จักปาร์คแจบอมแม่งอย่าเดินผ่านมาทางนี้เชียวนะ!

 

แต่ดูเหมือนคำร้องขอผมจะไม่เป็นผล เพราะผ่านไปไม่ทันถึง 3 วินาที ก็มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง

 

“เจย์!!! ปาร์คแจบอมรอด้วย!!” เสียงใหญ่ทุ้มตะโกนเรียกชื่อผมดังจนคนรอบข้างหันมามองผมกันหมด สภาพผมตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปกับพวกแม่บ้านวัยทองที่กำลังจะไปออกกำลังกายด้วยการรำไท้เก็กและต่อด้วยส่ายเอวฮูล่าฮูป ผมรีบเดินจ้ำอ้าวหนีให้ห่างจากไอ้ตัวซวยต้นเหตุ แต่ก็ไม่ทันในเมื่อไอ้บ้านั่นวิ่งตามมาทันจนได้

 

“เจย์นี่นาย จะรีบไปไหนวะเนี่ย” มันฉุดแขนผมให้หยุดเดิน ก่อนตัวเองจะหอบแฮ่กตัวโยน นี่แหละน้าร่างกายไอ้พวกไม่ออกกำลังกาย  

“รีบกลับบ้านน่ะสิ ถามโง่ๆ” ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแสดงอาการหงุดหงิดสุดชีวิต มันยังยืนนิ่งก่อนจ้องลงมาที่สิ่งของที่ผมถืออยู่ในมือแล้วหลุดขำอย่างเสียมารยาท

“ขำอะไรวะ ไม่เคยเห็นฮูลาฮูปหรือไง”

“ฮะๆ เคยเห็น แต่ไม่นึกว่ามันจะอยู่ในมือนาย มันดู...ฮะๆ ตลกดีนะ”

 

ไอ้ฟาย!! ผมนึกด่ามันอยู่ในใจ เรื่องกวนประสาทเนี่ยไม่มีใครเกิน อ๊กแทคยอน ไอ้เด็กช่างตัวกวนส้นที่ดันบ้านอยู่ติดกับผม จีฮานชอบมันมาก ส่วนผมเกลียดมันมากด้วยเหตุผลเดียวคือคำว่ากวนตรีนล้วนๆ ผมไม่อยากต่อปากต่อคำกับมันให้มากความ พูดไปก็เหมือนพูดกับพัดลมตู้เย็น เสียเวลาเปล่า จึงพยายามสลัดมันให้หลุดแล้วเดินหนีออกมาเร่งเอาไอ้ฮูลาฮูปบ้าๆนี่ไปเก็บไว้ที่บ้าน ให้ตายเหอะ ผมจะไม่มีทางเล่นไอ้นี่นอกห้องตัวเองเด็ดขาด

 

“จะกลับบ้านหรอ ไปด้วยสิ” อ๊กแทคยอนมันยังไม่เลิกราวีผม ขนาดผมเดินมาถึงป้ายรถประจำทางแล้วมันก็ยังเดินมาขนาบข้างๆ ผมพยายามไม่พูดกับมันแต่มันก็ยังทำหน้าตากระหยิ่มยิ้มย่องกวนโมโหไม่หยุดทำไมบ้านผมกับมันต้องอยู่ใกล้กันด้วยฟระ ไม่ยุติธรรมเลย

 

“นี่เจย์นายจะเอาไอ้ฮูลาล่านี่ไปเล่นเองเรอะ” มันถามก่อนเอื้อมมือมาคว้าฮูลาฮูปที่อยู่ในมือผม

“ไม่อยากรู้เรื่องคนอื่นสักเรื่องได้ไหมวะ” ผมยื้อฮูล่าฮูปกลับ ก่อนถือไว้แน่นไม่ให้มันแย่งไปได้

“ไม่ได้อยากรู้เรื่องของคนอื่น แต่อยากรู้เรื่องของนายแค่นั้นแหละ” เหมือนมันจะพูดอ้อมๆว่าอยากกวนเฉพาะผมว่างั้น ฟังแล้วเส้นเลือดในสมองเต้นตุบๆเลยให้ตายสิ ระหว่างที่ผมกำลังอารมณ์เสียสุดๆอยู่นั้นรถประจำทางสายที่ต้องขึ้นก็มาถึงพอดี ก่อนจะก้าวขึ้นไอ้แทคก็เอื้อมมือมาคว้าฮูลาฮูปในมือผมไปอีกครั้ง คราวนี้มันคว้าเอาไปถือไว้เองเฉยเลย แถมยังหันมายิ้มยักคิ้วหลิ่วตาแล้วบอกว่า

 

“ช่วยถือ รู้หรอกน่ะว่าอาย”

เออออออ รู้แล้วยังแซว รู้แล้วยังถาม รู้แล้วยังเสียงดัง ไอ้คนรู้มากแบบนี้มันน่าเตะปากให้หายรู้มากจริงๆ ผมได้แต่คิดสิ่งเหล่านี้อยู่ในใจ ทำปากขมุบขมิบบ่นแบบไม่ให้มันรู้ตัว อย่างน้อยก็ต้องขอบคุณมันที่ไม่ทำให้ผมต้องถือไอ้ห่วงบ้าๆนั่นให้อายบนรถประจำทางล่ะนะ

 

เอ๊ะ...หรือว่าผมจะคิดผิดวะ ทั้งที่เป็นอย่างนั้นผมก็ยังเห็นคนอื่นมองมาที่เราแล้วลอบยิ้มอยู่ดี

 

 

 

วันแรกสำหรับผมกับไอ้เจ้าอุปกรณ์ห่วงฮูล่าฮูปนั่นเป็นอะไรที่เรียกได้ว่า นรก เห็นง่ายๆอย่างนั้นแต่พอเอาเข้าจริงเล่นยากเป็นบ้า ผมไม่ได้บอกแม่หรือใครว่าผมแอบซื้อมาเล่นด้วย คนที่รู้ดูจะมีแต่ไอ้แทคยอน ที่ผมไม่ได้บอกแต่มันสอดแส่มารู้เอง หลังจากวันนั้นจากเมื่อก่อนที่มันก็มาเล่นเกมส์กับจีฮานที่บ้านผมบ่อยอยู่แล้ว มาตอนนี้ยิ่งเพิ่มเลเวลความถี่ขึ้นมาอีกเป็นสามเท่า แถมมันยังชอบมาด้อมๆมองๆห้องของผมระหว่างที่ผมกำลังฝึกเล่นไอ้ฮูลาฮูปนี่ด้วย ไอ้แทคยอนนี่มันต้องโรคจิตแน่ๆ

 

พอมาถึงวันที่สามผมตั้งใจจะโยนทิ้งไปแล้วหากไม่ติดอยู่ที่ว่า แม่เล่นได้แล้ว แถมเก่งซะด้วย ส่วนตัวผมน่ะหรอยังเหลวไม่เป็นท่า ไอ้ห่วงนั่นตกกระทบเข่า ขาของผมจนเขียวช้ำไปหมด แถมไอ้แทคยอนยังขยันมาเยาะเย้ย เพราะมันรู้ว่าผมยังเล่นไม่ได้ ตอนนี้อารมณ์อยากลดไขมันหายไป เหลือแต่อารมณ์อยากเอาชนะ (แม่) แบบไม่รู้ตัวแทน

 

“นี่ฉันสอนให้เอาไหม ไอ้ห่วงฮูลาล่านั่นน่ะ” ไอ้แทคเสนอขึ้นในบ่ายวันเสาร์ มีเวลาเหลืออีกแค่ 3 วันเท่านั้น

“ทำอย่างกับว่านายเล่นเป็น”

“แน่นอน แทคยอนซะอย่าง”

“ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากนายหรอกเฟร่ย”

“ดื้อว่ะ ดูแม่นายดิ้ นั่นฉันสอนนะ อยากได้ชื่อว่าแพ้คนแก่ก็ตามใจ”

“....” ผมพูดไม่ออก จึงได้แต่ยืนเงียบ

“เราออกไปเล่นกันข้างนอกที่มันกว้างๆดีไหม ในนี้มันอุดอู้จะตายไป นายหมุนไอ้ห่วงนี่ไปกระแทกนู่นกระแทกนี่ตลอดเลยนี่นา” เห็นไหมผมบอกแล้วว่าไอ้แทคยอนมันโรคจิต ขนาดผมปิดประตูห้องตลอดมันยังรู้ว่าผมหมุนฮูลาฮูปไปกระแทกข้าวของ ก็ห้องมันแคบนี่หว่า แทคยอนพูดจบมันก็ทึกทักเอาเองว่าผมตกลงใจแล้ว มันเลยถือโอกาสตอนผมกำลังประมวลความคิดหยิบฮูลาฮูปแล้วฉวยมือผมออกจากห้องตรงดิ่งไปสวนสาธารณะ

 

“นายยืนแยกขาให้กว้างเท่าช่วงไหล่นะ แล้วก็จับแบบนี้จากนั้นหมุนซ้ายมาขวา แล้วก็หมุนเอว พอจะเข้าใจไหม”

 

สาบานได้เลยว่าผมไม่เคยให้ใครมาถูกเนื้อต้องตัวมากขนาดนี้มากก่อน แต่นี่มีอะไรวะ คือมันแทบจะกอดกูอยู่แล้วไออ๊กแทคย่น มือของมันจับอยู่ที่ฮูลาฮูปที่มีผมยืนอยู่ด้านใน แค่นั้นไม่พอมือของมันยังชอบมารุ่มร่ามแถวเอวของผมอยู่เรื่อย ไม่คิดว่าจะเปลืองตัวขนาดนี้เลยให้ตาย ถ้าไม่ติดว่าแพ้แม่ไม่ได้นะ ฮึ่ย...

 

แต่พอเอาเข้าจริงไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อวิธีสอนของมันง่ายจะเข้าใจได้ง่ายโครตๆ เวลาผ่านไปแค่สองชั่วโมง ตอนนี้ผมก็หมุนเอวฉิวโดยมีไอ้ห่วงเจ้าปัญหาหมุนอยู่รอบๆ ผมเล่นได้แล้วครับ!!

 

“เห็นไหม ให้ฉันสอนแต่แรกก็หมดเรื่อง” ไอ้แทคพูดขึ้นหลังมันพยายามสอนผมจนสำเร็จ ผมหยุดหมุนเอว เอาฮูลาฮูปออกแล้วเดินไปนั่งไม่ไกลจากไอ้แทคนักเพื่อพักเหนื่อย

“ก็นึกว่ามันเล่นง่ายๆนี่หว่า ใครจะไปรู้” ผมบ่นงุบไปพลางใช้มือเช็ดเหงื่อไปด้วย ไอ้แทคขยับเข้ามานั่งใกล้ๆก่อนยื่นผ้าขนหนูผืนเล็กมาตรงหน้า ผมเมินไม่ยอมรับ มันเลยจัดการเอื้อมมือมาเช็ดเหงื่อให้เอง ผมพยายามขืนตัวออกห่างแต่มันก็ล็อคคอผมไว้ซะแน่นจนขยับเขยื้อนตัวแทบไม่ได้

“แค่เช็ดเหงื่อ ไม่ทำอะไรหรอกน่า ขอให้ได้ดื้อเหอะนายน่ะ” มันบ่นแถมยังชอบทำตัวเหมือนพ่อ คอยห้ามนู่นห้ามนี่อยู่เรื่อย ไม่เข้าใจว่าไปเกี่ยวดองกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่

“ถามจริงๆหัดเล่นไปทำไม คนอย่างนายไม่น่าอยากเล่นอะไรแบบนี้”

“มันเรื่องของฉันน่ะ นายมีหน้าที่แค่สอน แล้วตอนนี้ฉันเล่นเป็นแล้วนายก็หมดประโยชน์ จะไปไหนก็ไปไป๊ ชิ่วๆ” ขนาดผมออกปากไล่ ไอ้คนโดนไล่ยังหน้าหนานั่งยิ้มหวานอยู่ตรงที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง ผมเห็นแล้วหงุดหงิดเป็นบ้า ไอ้แทคยอนนี่มันต้องการอะไรจากผมนักหนา คอยตามอยู่ได้น่ารำคาญ

“ทำไมนายถึงต้องตั้งท่าเกลียดฉันขนาดนั้นนะเจย์” มันถาม

“ไม่ได้ตั้งท่า เกลียดจริงๆ” ผมบอกมันตรงๆ มันทำท่าทางสลดเล็กน้อยเพียงแว้บเดียวก็เปลี่ยนสีหน้ามาเป็นกวนโอ้ยเหมือนเดิม

“เพราะนายอิจฉา ที่ฉันสูงกว่า หุ่นดีกว่า หล่อกว่านาย ทั้งๆที่ฉันไม่ต้องพยายามออกกำลังกายอะไรเลยล่ะสิ”

“คิดได้เนอะ” ผมพยายามขยับตัวออกห่างจากมัน แต่ไอ้บ้านี่มันก็ขยับตามมาใกล้ไม่หยุด พอผมขยับออกห่าง มันก็ขยับตามติดเป็นปลิง

“หรือไม่จริงล่ะ นายน่ะตัวก็เตี้ย ไม่สิ เล็ก แถมแรงยังน้อย แล้วไอ้กล้ามนั่นน่ะจะฟิตไปทำไมปกติแบบที่เป็นอยู่ก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ” พูดจบมันก็เอื้อมมือมาจับต้นแขนผมเบาๆ ก่อนใช้มือสากๆลูบไปมาสัมผัสมัดกล้ามที่ผมแสนจะภูมิใจอยู่อย่างนั้นก่อนพูดขึ้นว่า “เมื่อก่อนนายน่ารักกว่านี้อีก”

               

“ฉันจะเป็นยังไงแล้วมันหนักส่วนไหนของนายวะ จะมายุ่มย่ามอะไรนักหนาเนี่ย”

ผมรีบสะบัดแขนออกจากมือหนาๆของมัน ไม่ชอบเลยจริงๆเลยไอ้แววตาที่มันมองผมเนี่ย เหมือนว่ามันกำลังคิดอะไรแปลกๆอยู่ เมื่อสะบัดหลุดผมรีบลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินหนีไป ไอ้แทคยอนก็หยุดขาที่กำลังจะก้าวของผมด้วยการ เอาฮูล่าฮูปมาคล้องตัวผมกับมันไว้ด้วยกัน ก่อนจะออกแรงคว้าเอวผมให้เข้าไปใกล้ ผมออกแรงต้านทั้งเตะทั้งต่อยแต่มันก็รับลูกเตะกับหมัดผมไว้ได้หมด แม่งเอ๊ย..ลืมไปได้ยังไงวะว่ามันเป็นเด็กช่าง ไอ้เรื่องต่อยตีเนี่ยตัวพ่ออยู่แล้ว ไม่ว่าทางไหนผมไม่มีทางสู้มันได้ นี่มันเป็นสิ่งที่น่าเจ็บใจที่สุดของผู้ชายอกสามศอกสี่วาอย่างผมที่ต้องยอมรับว่า ผู้ชายหน้าตาไม่ถูกชะตาตรงหน้ามันแข็งแรงกว่า!!

“กล้าต่อยเด็กช่าง คิดว่าเจ๋งหรือไงปาร์คแจบอม” มันรวบมือผมไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว มืออีกข้างยังคงโอบอยู่แถวๆเอวของผม

“นี่ถ้าเป็นคนอื่นน่ะ ป่านนี้ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มแล้ว”

“คิดว่าขู่แค่นี้ฉันจะกลัวหรือไงวะ” ผมจ้องหน้ามันนิ่งอย่างไม่ยอมแพ้

“ไม่ได้ขู่ พูดจริงๆ ทำไมนายไม่พูดดีๆกับฉันบ้าง”

“ไม่จำเป็น”

“เฮ้อ -___-“” มันถอนหายใจหน่ายๆก่อนจะปล่อยมือที่รวบมือผมไว้และลดมือที่เกาะแกะอยู่ที่เอวลงด้วย ก่อนก้าวถอยหลังออกห่างจากผมเล็กน้อย

 

“นายเกลียดฉันจริงๆสินะ”

 

“ใช่!! นายมันโครตน่ารำคาญ แล้วบอกให้รู้ไว้นะว่าไม่ได้เพราะอิจฉาที่นายหุ่นดีกว่า เรื่องนั้นมันจะพิสูจน์ได้ในวันจันทร์นี้ ฉันจะเข้าประกวดชายงามแห่งมัธยม XXX รางวัลชนะเลิศมันต้องเป็นของฉันแน่นอน!!” พูดจบผมก็คว้าห่วงฮูลาอูปแล้วหันหลังเดินกลับบ้านทันที โดยที่ไม่ได้มีไอ้คนน่ารำคาญเดินตามมาอย่างเคย

 

ไม่ตามมาก็ดีแล้วไอ้บ้า...ไม่อยากอยู่ใกล้มันแม้อีกสักวินาทีเดียว

 

ไม่อยากให้มันรู้ว่าผมเกลียดมัน เพราะมันชอบทำให้หัวใจผมเต้นแรงจนแทบจะระเบิดอยู่เรื่อย

 

เกลียด...มันจริงๆ ไอ้อ๊กแทคยอน

 

 

เมื่อวันประกวดมาถึง ผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งโรงเรียนเดียวกันและต่างโรงเรียนต่างหลั่งไหลกันเข้ามาเพื่อเที่ยวชมงานโรงเรียน และ แน่ล่ะอีกสาเหตุคือคนเหล่านั้นมาดูการประกวดชายงาม กิจกรรมสุดคูลที่เรียกบรรดาเหล่าแม่ยกพ่อยกผู้นิยมชมชอบกล้ามได้ไม่น้อย

ตัวผมเองก็กำลังเตรียมตัวอยู่หลังเวทีด้วยท่าทีสบายๆ ต่างจากผู้เข้าประกวดคนอื่นที่ดูจะมีอาการตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย พิจารณาสารร่างของคนอื่นๆแล้ว ตำแหน่งผู้ชนะในปีนี้คงตกเป็นของผมได้ไม่ยาก นอกเสียจากว่ากรรมการมันจะตาเป็นเมล็ดถั่วเขียว

ผมมองซ้ายมองขวาดูว่าไอ้คนน่ารำคาญจะตามมาหรือไม่ แต่มองเท่าไหร่มันก็ไม่มี ชิส์~ อันที่จริงผมอยากให้มันมาดูด้วย กะว่าจะให้มันเห็นความแมนแอนด์แฮนซั่มและรูปร่างสุดเพอร์เฟ็คของผมด้วยตาของมันเองซะหน่อย มันจะได้ไม่ต้องมาค่อนขอดว่าผมน่ารัก บอบบาง แรงน้อย อย่างงู้นอย่างงี้ได้อีก แต่ในเมื่อมันไม่มา...ผมก็แอบใจหายลึกๆนะ

“พร้อมหรือยังไอเพื่อนยาก” จางอูยองเข้ามาพร้อมน้ำมันมวยในมือ กลิ่นนี่แสนจะร้ายกาจ

“พร้อมทุกสถานการณ์อยู่แล้วว่ะ” ผมหันไปยิ้มพร้อมยักคิ้วหลิ่วตาให้มันแบบหล่อๆ

“แต่เมื่อกี้กูเห็นมึงมองหาใครอยู่นา...อืม...จะว่าไปก็ไม่เห็นไอ้เด็กช่างข้างบ้านที่ชอบตามมึงเลยนี่หว่า”

“แล้วทำไมต้องเห็นด้วยวะ มันไม่ใช่พ่อกูซักหน่อยจะได้ต้องคอยตามมาคุม”

“อ้าวกูนึกว่าใช่ เห็นตามเห่าคนที่มาเกาะแกะมึงไปทั่ว แล้วนี่มึงประกวดมันไม่มาคอยตามเห่าได้ไงวะ” ไอ้อูยองมันตามกัดผมไม่เลิก พูดไปพลางปากมันก็ชโลมน้ำมันเหนียวไปพลาง จนตัวผมมันเมื้อมเป็นปลาไหลป้ายแดงไปแล้ว

“ไม่รู้แม่งโว้ย นี่มึงทาพอหรือยัง ตัวกูลื่นจนจะกลายเป็นไส้เดือนมุดลงรูได้อยู่แล้ว”

“ก็ทาเยอะๆกล้ามมึงจะได้แวววาวท้าทายสายตาประชาชีไง นี่กูหวังดีนะเนี่ย” พูดจบมันก็ปิดฝาขวดน้ำมันมวยแล้วเอามือมาตบแปะๆที่อกของผม

“พร้อมแล้วใช่ไหม” มันถามย้ำอีกครั้ง

“ก็รู้ๆกันอยู่”

“ดี งั้นออกไปบอกให้คนเค้ารู้กันไปเลยว่า ปาร์คแจบอมน่ะ เจ๋งที่สุด!”

 

 

 

เฮ เฮ เฮ โห่ ฮิ้ววววว ฮิ้ววววว ฮู้วววว โอ้วววว ว้าววววว

 

นั่นคือเสียงโห่เฮ้วฮายามที่ผมปรากฎกายต่อหน้าประชาชี ทุกคนต่างตะลึงในรูปร่างงามสมสัดส่วนชายชาตรีของผม แต่กลับเป็นตัวผมเองที่รู้สึกว่ากำลังครั่นเนื้อครั่นตัวอยู่ในตอนนี้ เพราะไอ้น้ำมันมวยบ้าๆของไอ้อูยองรึเปล่าวะ!!!!

 

ซวยแล้วสิ ผมเริ่มรู้สึกว่าผิวหนังของผมร้อนขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับมีใครมาสุมไฟอยู่ด้านใน อยากจะลงจากเวทีแล้วไปล้างเนื้อล้างตัวชะมัด! แต่แม่งจะทำได้ไงวะ ในเมื่อการประกวดมันยังไม่จบ และผมจะไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด!

 

“เจย์แม่งขาววว่ะ”

“เออกูก็เพิ่งรู้ว่าเจย์ดู...ได้ขนาดนี้”

“เออกูก็ว่างั้น ไม่แปลกที่แม่งมีคนคุมตลอด”

“แปลกว่ะ ประกวดชายงามก็ว่า เจย์อะแม่งงามทั้งตัว”

 

นั่นคือเสียงอื้ออึงด้านล่างที่ผมได้ยินแค่เพียงผ่าน เพราะความร้อนที่ยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆจากอาการแพ้ไอ้น้ำมันบ้าๆนั่น ทำให้ตาผมเริ่มลายและสมองเริ่มปิดการรับรู้ เนื้อตัวของผมก็เริ่มแดงเป็นจ้ำ แต่คงไม่มีใครสังเกตเห็นมันมากนักเพราะทุกคนมัวแต่สนใจอยู่กับแสดงความสามารถของผู้เข้าประกวดคนอื่นๆ พอถึงคิวของผม เพลงดังของ KARA ก็ดังขึ้น ผมจำได้ว่าไม่ได้รีเควสเพลงนี้นี่วะ! ใครมันไปแอบเปลี่ยน เมื่อหันไปมองหน้าไอ้เพื่อนตัวอ้วน

 

จางอูยอง!! มันกำลังยืนหัวเราะ! นี่มึงเพื่อนกูมั้ยเนี่ย

 

ผมเลยจำต้องเต้นท่าส่ายสะโพกอย่างจำใจ ผู้คนด้านล่างดูจะชอบมาก แต่ตัวผมเองอายโครตตต ทั้งเปลือยท่อนบนทั้งเต้นเพลงผู้หญิง นี่มันบัดซบชะมัด แล้วทำไม ไอ้พวกผู้ชายด้านล่างมันถึงต้องมองผมด้วยสายตากระเหี้ยนกระหือรืออย่างนั้นด้วยวะ!!

 

“ต่อไปจะเป็นการประกาศ อาด อาด อาด อาด” เมื่อการแสดงจบลงเสียงประกาศของพิธีกรนามว่าคิมจุนซูก็ดังขึ้น (ไอ้นี่แม่งก็ทำทุกหน้าที่ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีจ้างคนอื่น)

 

“ผู้ชนะในปีนี้ได้ แก่ แก่ แก่” เสียงประกอบแอคโค่ที่มันสร้างขึ้นเองนั้นชวนวิงเวียนเป็นอย่างมาก ผมที่กำลังไม่สบายตัวอยู่แล้วยิ่งรู้สึกอยากจะอ้วกมากเข้าไปใหญ่ เมื่อไหร่มึงจะประกาศให้เสร็จๆไปซะทีเนี่ย

 

“ได้ แก่ แก่ แก่ แก่ แต่ แต แต๊นน แต๊นนนนน” เสียงซาวน์เอฟเฟกสร้างเองนั้นยังคงดังไม่หยุด

 

“ปาร์ค แจบอม ออม ออม ออม ขอเสียงปรบมือด้วยคร้าบบบบบ”

 

สิ้นเสียงประกาศทุกสายตาจับจ้องมาทีผม ส่วนตัวผมเองรู้สึกอยากจะให้การประกวดนี้จบลงให้เร็วที่สุด เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะไอ้อาการแพ้น้ำมันมวยนั่นมันไม่ได้มีท่าทีว่าจะหายไป มีแต่เพิ่มขึ้น ตอนนี้ผมมึนหัวจนอยากจะอ้วกเสียให้ได้ แสงไฟที่สาดส่องและเสียงผู้คนกรี๊ดสนั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะหมดสติ ผมรีบรับรางวัลแล้วเดินลงมาจากเวทีทันทีโดยที่ไม่ได้กล่าวอะไรทั้งนั้น เมื่อลงมาถึงด้านล่าง ผู้คนจากไหนก็ไม่รู้กรูกันเข้ามาหาผมอย่างกับแมลงวันตอมขี้ ทั้งจับ ทั้งดึง ทั้งทึ้งจนผมขยับตัวไม่ได้ จะไปไหนก็ไม่ได้ ร่างกายร้อนจนแทบระเบิด สติที่พยายามประคองไว้ก็ใกล้จะดับวูบลงทุกที ใครก็ได้...ใครก็ได้....

 

 

อ๊กแทคยอน ช่วยฉันที

 

 

“นายเนี่ยไม่รู้ตัวเลยหรือไงนะว่าผิวตัวเองแพ้น้ำมันพวกนี้” ก่อนที่สติผมจะหมดลงนั้น ผมรู้สึกว่ามีใครคนนึงฉุดแขนผมขึ้นแล้วร่างของผมก็เซถลาไปปะทะกับอกของเขา ใครบางคนที่ผมคุ้นเคย ไอ้อ๊ก!!!

“เฮ่ย!! พวกมึงอะ จะรุมอะไรกันนักหนาวะ ไม่เคยเห็นคนหรือไง” ไอ้อ๊กพูดจบมันก็จับเอาตัวผมพาดขึ้นบ่าแล้วตั้งท่าจะเดินออกไปจากตรงนั้น ก่อนออกไปมันยังไม่วายหันมาชี้หน้าไอ้พวกที่รุมๆอยู่เมื่ครู่แล้วประกาศกร้าว

 

“เมื่อกี้ใครแตะต้องตัวปาร์คแจบอม พวกมึงได้เจ็บตัวแน่” พูดจบมันก็เดินจากไปแบบเหี้ยมๆทิ้งให้ไอ้พวกมือปลากหมึกยืนกลัวหัวหดกันเป็นแถบ หึหึ เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับคนของผม  

 

 

“ทำไมไม่รู้จักดูแลตัวเองนะเจย์” เสียงใหญ่ทุ้มกระซิบอยู่ข้างหูพร้อมสายน้ำเย็นที่กำลังชโลมตัวอยู่มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นไม่น้อย แทคยอนเอามือลูบไล้ไปตามลำตัว พยายามล้างคราบน้ำมันเหนียวที่อยู่บนตัวผมออก กลิ่นหอมๆของสบู่ลอยแตะจมูกทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย สติที่กำลังจะเหือดหายเริ่มกลับมา ผมปรือตามองหน้าคนตรงหน้า หมอนั่นมองมาที่ผมด้วยสายตาห่วงใย

 

“รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม ฉันเป็นห่วงนายแทบแย่”

“อืมมมม ดีขึ้น แต่มันยัง...ร้อน” ผมพูดเสียงอ่อยหมดแรงจะต่อปากต่อคำ ในเมื่อร่างกายเป็นแบบนี้ จากตอนแรกเป็นรอยจ้ำแดงเล็กๆตอนนี้มันเริ่มขยายวงกว้างจนตัวผมแดงไปทั้งตัว

“นายไม่ดูแลตัวเองเลย ไม่มีฉันนายก็เป็นเสียอย่างนี้” มันพูดพลางพยายามถูไปตามเนื้อตัวของผมไม่หยุดจนผมเริ่มไม่รู้แล้วว่า ที่มันร้อนนี่เพราะอาการแพ้ หรือเพราะอย่างอื่นกันแน่

“ฉันเห็นพวกนั้นจับตัวนายทั้งตรงนี้ ตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้ มันแทบทนไม่ได้” แทคยอนเลื่อนมือไปสัมผัสทุกบริเวณที่เหล่าผู้คนที่กรูเข้ามารุมทึ้งผมสัมผัส มันต่างกัน การสัมผัสของแทคยอนกับคนพวกนั้น แทคยอนทำให้ผมรู้สึกปวดมวนท้องไม่เหมือนคนพวกนั้นที่ผมรังเกียจ ทั้งที่ควรจะเป็นเหมือนกัน แต่ผมกลับไม่รังเกียจเขา

 

“นายเอาแต่พูดว่าเกลียดฉัน...ทั้งๆที่ฉันควรจะทิ้งให้นายอยู่ตรงนั้น แต่พอเห็นแล้วมันทนไม่ได้”

“ฉันขอโทษแต่ถึงแม้นายจะเกลียดฉันยังไงฉันก็ปล่อยนายไปไม่ได้” พูดจบไอ้แทคก็เอาแต่นิ่ง มันจะรู้รึเปล่าว่าคำพูดของมันทำให้หัวใจของผมเต้นถี่ ผมคิดว่ามันอาจมาจากอาการแพ้ แต่มันก็ไม่ใช่ ในตอนนี้มันเต้นแรงจนแทบระเบิดเพราะคำพูดนั้น ผมเอาแต่พูดว่าเกลียดมันก็จริงแต่เมื่อถึงคราวคับขันคนที่ผมนึกถึงคนแรกก็คือมันอยู่ดี

 

“ฉันพูดว่าเกลียดนาย...เพราะนาย...ชอบทำให้หัวใจของฉันเต้นผิดจังหวะ” ผมบอกกับมันด้วยน้ำเสียงติดขัด พยายามจะพูดให้รู้เรื่องมากที่สุดในเวลาที่สติไม่สมประดีแบบนี้

“แม้กระทั่งตอนนี้...นายก็ยังทำให้ตัวฉันร้อนมากขึ้นกว่าเดิม”

“ฉันไม่ชอบที่นายชมฉันว่าน่ารัก ไม่ชอบที่นายบอกว่าฉันบอบบาง นั่นมันทำให้ฉันดูอ่อนแอ แต่นายรู้ไหม ถึงเวลาอย่างนี้ ฉันกลับอยากให้นายมาปกป้อง”

ไอ้แทคไม่ได้พูดอะไร มันยังคงเปิดน้ำฝักบัวไว้อย่างนั้น ตอนนี้ทั้งผมและมันเปียกปอนด้วยกันทั้งคู่ ผมเอนตัวไปพิงกับอกของมันเพราะต้องการที่พึ่ง ผมพยายามทำตัวเข้มแข็งแต่จริงๆผมก็ต้องการหลักพิงเหมือนกัน แทคยอนเอื้อมมือมาโอบผมไว้หลวมๆ จับสัมผัสได้ว่ามือหมอนั่นกำลังสั่นน้อยๆไม่ค่อยกล้ามาสัมผัสตัวสักเท่าไหร่ ผมไม่สนใจยังคงยืนพิงมันอยู่อย่างนั้น แทคยอนวางมือลงบนไหล่ลากเลื่อนไปถึงช่วงหลังและลากต่ำไปถึงสะโพก นั่นมันทำให้ผมตกใจร่างกายสะดุ้งเฮือกอัตโนมัติ ไอ้แทคลดมือลงเมื่อเห็นปฎิกิริยาของผมเอื้อมมือไปปิดน้ำฝักบัวที่ยังคงไหล

 

“ไปเถอะเดี๋ยวนายจะป่วยหนัก อยู่อย่างนี้ไม่ดีทั้งกับฉันและก็นาย”

 

“ฉันไม่เป็นไร ถ้านายจะจูบฉัน ฉันก็ไม่เป็นไร” ผมบอกมันเสียงแผ่ว

 

“ถ้า...ฉันจูบนายรู้ใช่ไหมว่ามันจะไม่ใช่แค่นั้น นายกำลังเสนอชิ้นเนื้อให้เสืออยู่นะปาร์คแจบอม ทำอะไรรู้ตัวหรือเปล่า” แทคยอนผลักตัวผมออกห่าง แต่ผมกลับยื้อมันไว้ไม่ให้ไปไหน ประทับริมฝีปากแผ่วเบาบริเวณหน้าอกข้างซ้ายของแทคยอน ร่างกายเขม็งเกร็งจนผมรู้สึกได้ หมอนั่นกำลังห้ามใจ

 

“ถ้าหากนายจะทำมากกว่าจูบ...นั่นก็ไม่เป็นไรเหมือนกัน”

 

=========================

 

ปัง ปัง ปัง ปัง

“นี่พวกนายยยย จะอยู่ในนั้นอีกนานมั้ยวะ”

 

ปัง ปัง ปัง ปัง

“ไอ้เจย์ออกมานะเว้ย มึงทำงี้ไม่ได้นะ”

 

โธ่เว้ย!! ผมได้แต่ยืนโวยวายอยู่ด้านนอก ป่านนี้ไอ้เพื่อนของผมมันถูกไอ้เด็กช่างนั่นทำมิดีมิร้ายไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ ทำไมไอ้เจย์มันไม่หัดดูแลตัวเองบ้างฟระเนี่ย ปล่อยให้คนอื่นลากไปมาอยู่ได้ ไม่รักนวลสงวนตัวเลยเว้ย ผมมองไปรอบๆว่าจะมีทางไหนที่ทำให้ผมไปพาไอ้เพื่อนตัวดีออกมาจากห้องนั้นได้บ้าง มองไปมองมาตาผมก็ดันไปสะดุดกับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก ความรู้สึกอยากลอง อยากใช้ อยากชั่งมันเกิดขึ้นมาอีกแล้ว ไม่ได้นะ ผมจะไปชั่งไม่ได้

แต่...อดใจไม่ไหวแล้วโว้ย ผมเป็นโรคติดเครื่องชั่งน้ำหนัก ไม่ว่าเห็นที่ไหนยังไงผมต้องตามไปชั่ง ชั่ง และชั่ง เมื่อมันมาตั้งล่อตาอยู่ตรงหน้าผมเลยอดใจไม่ไหว ของลองหน่อยเหอะ ผมก้าวขาช้าๆขึ้นไปยืนอยู่บนเครื่องชั่งน้ำหนักด้วยความภูมิใจ ตัวเลขบนหน้าจอแสดงให้เห็นว่าน้ำหนักของผมเริ่มมากเกินไปหน่อย นั่นไม่น่าตกใจเท่า

 

“อ้วนเกินไป อ้วนเกินไป”

เสียงประหลาดดังขึ้นด้านหลัง ผมรีบหันหลังกลับไปดูก็ประสานสายตาเข้ากับหนุ่มหล่อรูปงามที่ยืนทำหน้าโหดราวกับคนท้องผูกก็มิปาน ในมือมีสมุดจดบันทึกสถิติอะไรซักอย่าง หมอนั่นขยับแว่นเล็กน้อยก่อนพูดด้วยเสียงเข้มๆ

“น้ำหนักตัวของนายมากเกินไป เมื่อเทียบกับส่วนสูง นั่นทำให้นายเป็นโรคอ้วน” ผมงงเต็กเป็นไก่ตาแตกกับคำพูดของเขา และยิ่งงงเข้าไปใหญ่เมื่อเขายื่นเมนูโภชนาการมาให้

“กินตามเมนูของฉัน ถ้านายไม่อยากเป็นพวกตายผ่อนส่ง” หลังจากนั้นเขาก็เดินจากไปอย่างไร้เยื้อใย ผมเหลือบมองเมนูโภชนาการในมือ นี่มันมีแต่ผัก ผัก ผัก ผมเป็นเป็นคนนะเว้ย ไม่ใช่วัวควายที่จะกินแต่ผักหญ้า ผมขยำกระดาษแผ่นนั้นปาทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะเคาะประตูเรียกไอ้เพื่อนไม่รักดีอีกครั้ง

 

“ไอ้เจย์ ถ้ามึงไม่ออกมาอีกนะ กูจะไปฟ้องนายกว่ามึงมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร!” ฮึ่ย!!

 

END TJ <3333

 

 

 

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 14 Feb 2011 23:29:09 by Namneena

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฮาอ่ะคุนพี่
อิเจย์เหมือนสาวแรกรุ่นกลัวอ้วน
ทำทุกวิถีทางเพื่อผอม
จนมันต้องไปซื้อฮูลาฮูปลายดอกมากระชับกล้ามเนื้อ
แถมประกวดไปก็ไม่มีใครเห็นว่ามันแมนอีก
แน่สิ โมเอะขนาดนั้น
แต่ก็ต้องยกความดีความชอบให้ฮูลาฮูปสื่อรักนั่นนะพี่
กรี๊ดดด ไม่อย่างงั้นอิแทคคงไม่ได้แอบลวนลามเจย์ให้ใจหวั่นไหว กร๊าซซซ
แล้วบทจะยอมอิแทคก้ยอมง่ายจิงนะแก เปนฝ่ายเชิญชวนอีกตะหาก ร้อนแรงไปไหนยะ เด๋วอิด้งมันก้ไปฟ้องนายกหรอกเทออออ

ปล.หนุ่มรูปหล่อพ่อนักโภชนาการนี่เปนคุนนี่แน่เลยใช่มั้ยพี่ จะมาช่วยด้งให้พ้นภาวะไขมันจุกอกตายด้วยวิธีไหนกันนะ แอร๊ยยยย 555555

ขอบคุณสำหรับฟิคฮาๆรับวาเลนไทน์ค่ะพี่น้ำ หายเครียดไปเย๊ออออออ ^3^

#1 By โบเองง่ะ (110.164.175.186) on 2011-02-14 23:58